วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กทม.สุดยื้อค่าโดยสาร 'สายสีเขียว' อุ้มภาระขาดทุนปีละ 6,000 ล้าน

กทม.สุดยื้อค่าโดยสาร 'สายสีเขียว'  อุ้มภาระขาดทุนปีละ 6,000 ล้าน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัท ธนายง จำกัด ชนะประมูล และตั้งบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ BTSC ซึ่งได้รับสัญญาสัมปทานจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการสร้าง และบริหารระบบรถไฟฟ้า

โดยรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนแรกที่เปิดให้บริการ คือ ช่วงหมอชิต - อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ - สะพานตากสิน เปิดให้บริการเมื่อปี 2542 มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ตั้งแต่ปี 2542 - 2572

หลังจากนั้น กทม.ได้ขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียว และยังคงให้สัมปทาน BTSC ในการบริหารจัดการ ประกอบด้วย

ปี 2555 สัญญาจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 สะพานตากสิน - วงเวียนใหญ่ และอ่อนนุช - แบริ่ง 

ปี 2556 สัญญาจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 วงเวียนใหญ่ – ตลาดพลู - บางหว้า

ปี 2560-2563 สัญญาจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่ 2 แบริ่ง - สมุทรปราการ และหมอชิต - คูคต

ทั้งนี้ปัจจุบัน กทม. แบ่งสัญญาบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกเป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนหลัก หรือส่วนสัมปทาน ช่วงหมอชิต - อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ - สะพานตากสิน

  • กรุงเทพมหานครให้สัมปทานเอกชน 30 ปี ระหว่าง 5 ธ.ค.2542 - 4 ธ.ค.2572
  • หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นสัญญาจ้างเดินรถ ระหว่าง 5 ธ.ค.2572 - 2 พ.ค.2585

ส่วนต่อขยาย 1 สายสุขุมวิท (อ่อนนุช-แบริ่ง) และสายสีลม (ตากสิน-บางหว้า)

  • กรุงเทพมหานครว่าจ้าง BTSC เป็นผู้บริหารระบบ 30 ปี ระหว่าง 2 พ.ค.2555 - 2 พ.ค.2585

ส่วนต่อขยาย 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต

  • กรุงเทพมหานครว่าจ้าง BTSC เป็นผู้บริหารระบบ 26 ปี ระหว่าง 28 ก.ค.2559 - 2 พ.ค.2585

ทั้งนี้ จากสัญญาจ้างบริหาระบบของส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 กลายเป็นมหากาพย์การฟ้องร้องจาก BTSC เพื่อขอรับค่าจ้างงานเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง (O&M) เนื่องจาก กทม. ค้างจ่ายสะสมตั้งแต่ปี 2560 เมื่อครั้งการเปิดเดินรถช่วงสถานีสำโรง-สถานีปู่เจ้าสมิงพราย ในวันที่ 3 เม.ย. 2560 แต่ยังไม่มีการชำระค่าจ้าง และหนี้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2562 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ 3/2562 เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน (Through Operation) โดยให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการดูแลการต่อสัญญาสัมปทานให้ BTSC แลกกับภาระหนี้สินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ขณะที่ปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขการเจรจาดังกล่าวแล้ว แต่ กทม.ยังคงไม่ชำระค่าจ้างงานต่างๆ จึงเป็นผลทำให้ BTSC ต้องนำเรื่องเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมชำระหนี้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยระบุว่า หลังศาลปกครองมีคำสั่งให้กรุงเทพมหานครชำระหนี้คดีจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการนำเงินสะสมจ่ายขาดมาชำระหนี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ รวมแล้วเป็นจำนวนประมาณ 32,000 ล้านบาท

ขณะที่การบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา เนื่องด้วยกำหนดจัดเก็บค่าโดยสารช่วงส่วนต่อขยายอยู่ที่ 15 บาทตลอดสาย ส่งผลให้ปัจจุบัน กทม.ต้องจ่ายค่าจ้างเดินรถประมาณปีละ 8,000 ล้านบาท ขณะที่การเก็บค่าโดยสาร สามารถเก็บได้เพียงประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยรวม กทม.ขาดทุนปีละกว่า 6,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี แม้อัตราค่าโดยสารไม่เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้โดยตรง แต่ต้องนำงบประมาณส่วนอื่นมาชดเชย ซึ่งอาจไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่ไม่ได้ใช้บริการ เนื่องจากเงินที่นำมาใช้ล้วนเป็นเงินภาษี ดังนั้น กทม.จึงอยู่ระหว่างพิจารณาปรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยคาดว่าราคาจะไม่เกิน 65 บาทตลอดสาย

ทั้งนี้ อัตราค่าโดยสารบางช่วงอาจถูกลง เช่น เส้นทางสั้นๆ ภายในเมือง ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางระยะไกลอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามระยะทาง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยยืนยันว่า กทม.จะบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างโปร่งใส บนพื้นฐานของความเป็นจริง และยึดประโยชน์ของประชาชนอย่างสูงสุด