วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

‘กฤษฎีกา‘ การันตีโยกงบกลางฯ 1.9 หมื่นล้าน ใช้ ‘คนละครึ่งพลัส’ ไม่ผิดกฎหมาย

‘กฤษฎีกา‘ การันตีโยกงบกลางฯ 1.9 หมื่นล้าน ใช้ ‘คนละครึ่งพลัส’ ไม่ผิดกฎหมาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  วันนี้ (7 ต.ค.) ระหว่างที่มีพิจารณาวาระกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในโครงการ"คนละครึ่งพลัส"ได้มีการสอบถามเรื่องของข้อกังวลในเรื่องของการใช้งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน พ.ศ.2569  วงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท มาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสว่าสามารถทำได้หรือไม่

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตอบคำถามว่าการใช้งบประมาณในส่วนนี้มาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นสามารถทำได้ เนื่องจากการใช้งบกลางฯในส่วนนี้เป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าภัยเรื่องหนึ่งที่กระทบกับประเทศก็คือเรื่องของ “ภัยเศรษฐกิจ” เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน และฉุกเฉินที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาจึงไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่าการใช้งบประมาณในโครงการคนละครึ่งพลัส ถือว่าถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ในส่วนของงบประมาณส่วนแรกที่ใช้ 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นงบประมาณในการที่เตรียมไว้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่แล้ว ส่วนงบกลางรายการฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนปี 2569 ตอนนี้นำมาใช้ก่อน 1.9 หมื่นล้านบาท จากวงเงินที่มีอยู่กว่า 9 หมื่นกว่าล้านบาทถือว่ายังมีงบประมาณเหลือเพียงพอที่จะดูแลในช่วงต่อไป

‘กฤษฎีกา‘ การันตีโยกงบกลางฯ 1.9 หมื่นล้าน ใช้ ‘คนละครึ่งพลัส’ ไม่ผิดกฎหมาย

“เศรษฐกิจในตอนนี้ถ้าเราหวังให้เศรษฐกิจดิ่งเหวก่อน แล้วค่อยกระตุ้นนั้นก็เหมือนให้รถตกเหวก่อนแล้วค่อยมาแก้ซึ่งมันก็จะแทบไม่มีผล เศรษฐกิจในวันนี้สถานการณ์ถือว่ามีความจำเป็นจึงใช้งบฯ 2.5 หมื่นล้าน ส่วนงบกลางฯอีก 1.9 หมื่นล้านนั้นมีความจำเป็นก็ต้องนำมาใช้ก่อนในขณะนี้” นายเอกนิติกล่าว

รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวต่อว่าวงเงินทั้งหมดที่มาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสนั้นมาจากวงเงินงบประมาณที่มีอยู่ ไม่ได้กู้เพิ่มแต่อย่างใด กระทรวงการคลังคำนึงอย่างมากในเรื่องของวินัยการคลัง

ซึ่งมาตรการทั้งหมดนั้นก็คำนึงถึงการยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการ ไม่ได้แจกเงินอย่างเดียว แต่มีการเพิ่มทักษะให้กับผู้ประกอบการร้านค้าด้วย เช่น การสร้างหลักสูตรการขายเก่งขึ้น การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพโดย AI การนำเอาแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่มาใช้มากขึ้น

รวมทั้งการนำเอาข้อมูลตรงนี้ไปเชื่อมต่อกับระบบของสถาบันการเงินเพื่อให้ง่ายต่อการอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในอนาคต