วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

’เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะกรรมการฯ สืบสาเหตุค่าเงินบาทป่วน

’เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะกรรมการฯ สืบสาเหตุค่าเงินบาทป่วน

รัฐบาลเตรียมหาช่องทางสกัดตัวการป่วนค่าเงินบาท หลังเกิดกรณีตัวเลข NEO ในบัญชีดุลการชำระเงินไทยเพิ่มขึ้นผิดปกติ ‘เอกนิติ’ ชง ครม.เศรษฐกิจ หาทางดูแล ตั้งปลัดคลังมือประสานหน่วยงาน

วันนี้ (6 ต.ค.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เร็ว ๆ นี้ กระทรวงการคลัง จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการดูแลความผิดปกติของตลาดการเงินไทย ภายหลังเกิดกรณีตัวเลขค่าความคลาดเคลื่อนสุทธิ (Net Errors and Omissions : NEO) ในบัญชีดุลการชำระเงิน (Balance of Payments : BOP) ของไทยเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ

“ในการประชุมครม.วันที่ 7 ตุลาคม นี้ จะมีการตั้งครม.เศรษฐกิจขึ้นมา จากนั้น กระทรวงการคลัง จะเสนอเรื่องนี้เข้าไปยัง ครม.เศรษฐกิจ รับทราบแนวทางการกำกับดูแล ซึ่งล่าสุดได้คุยกับปลัดกระทรวงการคลัง ไปเมื่อวันก่อนและมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานไปหารือกับหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับเม็ดเงินซึ่งอาจดูผิดปกติ ปรากฏอยู่ในส่วนของความคลาดเคลื่อนทางสถิติ หรือ NEO ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขดังกล่าวมีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ” นายเอกนิติ ระบุ

นายเอกนิติ กล่าวว่า การกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว จำเป็นต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน โดยมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลัง หารือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อติดตามเส้นทางเงินว่าเงินเหล่านั้นอยู่ตรงไหน อีกส่วนคือหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าเม็ดเงินเหล่านี้อาจจะเข้ามาในช่องทางที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอเรนซีหรือช่องทางอื่นที่ผิดปกติหรือไม่

รองนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินการทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะมาจาก สมาคมธนาคารไทย รวมถึง สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ซึ่งสะท้อนข้อมูลให้เห็น ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลที่ต้องเชื่อมโยงจากหลายแหล่ง ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย, กลต., ปปง., และกรมศุลกากร 

“เรื่องนี้เป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องเชื่อมโยง และนำข้อมูลเหล่านี้มาบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนที่สุด โดยมีเป้าหมายที่ตั้งใจไว้คือการนำเรื่องนี้เข้ารายงานต่อครม.เศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นการคุยกันในรูปแบบของชุดย่อย และจะทำงานอย่างเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากนายกฯ ได้มอบนโยบายและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ จากนั้นจึงจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” รองนายกฯ กล่าว