วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เบื้องลึก 'อนุทิน' เลือก 'เอกนิติ' นั่ง รมว.คลัง ดันนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน

เบื้องลึก 'อนุทิน' เลือก 'เอกนิติ' นั่ง รมว.คลัง ดันนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน

เปิดเบื้องลึก เหตุผล "อนุทิน" ทาบทาม "เอกนิติ" นั่ง รมว.คลัง เหมาะสมเคลื่อนนโยบายการคลังเร่งด่วน เจ้าตัวตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต มอบหมายงานเริ่มคิดนโยบายกระตุ้นศก.

ทุกครั้งที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หรือการปรับคณะรัฐมนตรีของทุกรัฐบาล ตำแหน่งหนึ่งที่ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษก็คือตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ที่ถือเป็นตำแหน่งสำคัญของทุกรัฐบาลที่จะมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะนโยบายการคลังเพื่อทำให้เป้าหมายในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ

ในการตั้งรัฐบาลล่าสุดที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเตรียมความพร้อมในการฟอร์ม “ครม. อนุทิน1” มาล่วงหน้าก่อนที่จะมีวันโหวตนายกรัฐมนตรีในสภา โดยเฉพาะในตำแหน่งในด้านเศรษฐกิจ และต่างประเทศที่นายอนุทินมองว่าต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยมีการกำหนดคุณสมบัติว่าต้องได้คนที่เป็นมืออาชีพ ได้รับความยอมรับสูง และสามารถทำงานได้ทันทีเพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐบาลที่จะต้องยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังจากมีการประกาศนโยบายต่อสภา

ในส่วนของตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่าในเบื้องต้นพรรคได้มีการทาบทามบุคคลที่ได้รับการยอมรับสูงทั้งใน และต่างประเทศในแวดวงเศรษฐศาสตร์ และการเงินโดยได้มีการติดต่อไปยังนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะหมดวาระในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยติดต่อผ่านบุคคลที่ทำงานร่วมกับนายเศรษฐพุฒิมาก่อน อย่างไรก็ตามนายเศรษฐพุฒิได้ตอบปฏิเสธ

ขณะที่อีกชื่อหนึ่งที่ได้มีการทาบทามเช่นกันคือนายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการ ธปท.อีกคนหนึ่งแต่ก็ได้รับการปฏิเสธเช่นกัน

ในระหว่างนี้ได้มีการทาบทามไปยังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังเคยผ่านงานมาหลายกรม และมีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับภาคเอกชนในหลายองค์กรที่อยู่ในบริษัทจดทะเบียน ประกอบกับหากจะทำนโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วน ผ่านนโยบายทางการคลัง นายเอกนิตินั้นมีความเข้าใจในกลไกของเครื่องมือทางการคลังเป็นอย่างดี สามารถประสานงานร่วมกับข้าราชการในกระทรวงการคลังได้ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นอย่างมากเนื่องจากระยะเวลาในการทำงานมีไม่มากนัก

โดยภายหลังจากที่ได้มีการทาบทามแล้วนายเอกนิติได้ขอใช้เวลาในการคิดอยู่ 2-3 วันก่อนที่จะตอบตกลงมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในที่สุด

นายอนุทิน กล่าวถึงการทาบทามนายเอกนิติมาร่วม ครม.ในรัฐบาล “อนุทิน1”  ว่า “อธิบดีเอกนิติ” นั้นมีอายุราชการเหลืออีกถึง 6 ปี มีความรู้ความสามารถ มีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้ แต่ก็เสียสละ ที่จะเข้ามาทำงาน เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ โดยคุณสมบัติความรู้ความสามารถขณะนี้ ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย

“ท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึง ประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน”

ในส่วนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นนายอนุทินได้ระบุว่าทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคจะต้องมีแน่นอน โดยว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาล อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์ การทำงาน ทั้งต่างประเทศและในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ มีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

เช่นเดียวกับนโยบายคนละครึ่งโฉมใหม่นายอนุทินก็บอกว่าได้มอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไปเพราะเวลาเรามีน้อย มีไม่มาก

..ต้องจับตาดูว่าภายใต้ความคาดหวังทางเศรษฐกิจที่สังคมมีต่อรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน และนโยบายเศรษฐกิจที่มีนายเอกนิติลูกหม้อกระทรวงการคลังเข้ามาขับเคลื่อน จะแก้ปัญหาระยะสั้น โดนใจประชาชนมากแค่ไหน

อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเวลาจะเป็นคำตอบว่าในตำแหน่งนี้นายอนุทิน “Put the right man on the right job” หรือไม่?