วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

จุดเปลี่ยนธุรกิจ ปตท.ในกัมพูชา เจ้าของแฟรนไชส์ขอเปลี่ยน PTT Station เป็น Peace

จุดเปลี่ยนธุรกิจ ปตท.ในกัมพูชา เจ้าของแฟรนไชส์ขอเปลี่ยน PTT Station เป็น Peace

จุดเปลี่ยนธุรกิจ ปตท.ในกัมพูชา เจ้าของแฟรนไชส์ PTT Station บางส่วนรวมตัวหารือเปลี่ยนใช้แบรนด์ท้องถิ่นในชื่อ Peace แต่การยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์ต้องใช้เวลา ด้านยอดขายน้ำมันในกัมพูชาครึ่งปีบวก 3.7% ขยายตัวต่ำกว่าตลาดฟิลิปปินส์และลาว

ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นำมาสู่การเจรจาหยุดยิง แต่ยังมีการปะทะและยังมีการตรึงกำลังบริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ

ที่ผ่านมา ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศระงับการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทั้งหมดจากประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2568 ท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องข้อพิพาทชายแดน โดยให้บริษัทจัดหาน้ำมันในกัมพูชานำเข้าเชื้อเพลิงอย่างเพียงพอจากแหล่งอื่นแทน

ในขณะที่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR บริษัทลูกของ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เข้าไปลงทุนตั้งปั๊มน้ำมันในกัมพูชาภายใต้บริษัท PTT Cambodia Limited (PTTCL) มีสถานีบริการน้ำมัน 190 แห่ง ในกรุงพนมเปญ , เมืองเสียบเรียบ และถนนเส้นทางหลักของกัมพูชา

รวมทั้งก่อนหน้านี้ OR มีแผนขยายลงทุนในกัมพูชา 100 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,000 ล้านบาทเศษ เพื่อลงทุนคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) และขยายคลังน้ำมัน รองรับการขยายฐานตลาดอุตสาหกรรม ตามนโยบายกัมพูชาเป็นบ้านหลังที่ 2 รองจากไทย เพื่อขยายคลังน้ำมันเพิ่ม 1 เท่าตัว รองรับความต้องการใช้น้ำมัน และน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้น

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเริ่มมีกระแสต่อต้านสินค้าไทยในโลกออนไลน์ นำโดย Influencer บางกลุ่มที่รณรงค์ให้บริโภคสินค้าภายในประเทศ รวมถึงช่วงวันที่ 2-3 ส.ค.2568 มีการเดินขบวนในกรุงพนมเปญเพื่อเรียกร้องสันติภาพ 

ทั้งนี้ กระแสดังกล่าวเชื่อมโยงไปสู่การต่อต้านสินค้าไทยทำให้ห้างสรรพสินค้าและบริการของไทย เช่น Makro, 7-Eleven และ Major Cineplex ได้รับผลกระทบมีลูกค้าลดน้อยลง

นอกจากนี้ เจ้าของแฟรนไชส์ PTT Station บางส่วนได้รวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบรนด์เป็นแบรนด์ ท้องถิ่น ในชื่อ Peace แต่ยังคงเป็นเพียงภาพกราฟิก และการยกเลิกสัญญาแฟรนไชส์ยังต้องใช้เวลาเพราะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย

รายงานข่าวจาก กลุ่ม ปตท. ระบุว่า ข้อมูลเดือน เม.ย.2568 OR มีปั๊มน้ำมันในกัมพูชา 190 แห่ง และมีร้านคาเฟ่อเมซอน 258 แห่ง ซึ่งถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับในไทยที่มีปั๊มกว่า 2,000 แห่ง 

ในขณะที่ ปตท.ได้เรียกพนักงานที่เป็นคนไทยให้เดินทางออกจากกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.2568 เพื่อความปลอดภัย โดยปั๊มน้ำมันและร้านคาเฟ่อเมซอน ในกัมพูชายังเปิดดำเนินการตามปกติ เพราะพนักงาน OR ในกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นคนกัมพูชาเกือบ 100% และให้พนักงานกัมพูชาดูแลการดำเนินงานพร้อมทั้งประกาศกับบริษัทแม่ในประเทศไทย

รายงานข่าวจาก OR ระบุว่า OR ได้จัดทำคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการไตรมาส 2 ปี 2568 โดย รายงานว่ายอดขายนำมันในกัมพูชาไตรมาส 1 ปี 2568 มีปริมาณ 169 ล้านลิตร และไตรมาส 2 ปี 2568 มีปริมาณ 165 ล้านลิตร รวมครึ่งปีแรกมียอดขาย 334 ล้านลิตร เทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วขยายตัว 3.7% ซึ่งลดลงจากน้ำมันเตาเป็นหลัก ตามอุปสงค์ของโรงไฟฟ้าที่ต่ำลง สวนทางกับดีเซลและเบนซินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ยอดขายในกัมพูชาขยายตัวต่ำสุดเมื่อเทียบกับยอดขายน้ำมันในฟิลิปปินส์ในช่วงครึ่งปีแรกมีปริมาณ 662 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 24.4% ในขณะที่ลาวมียอดขาย 168 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 15.1%

นอกจากนี้ ยอดจําหน่ายรวมในกัมพูชาลดลง โดยหลักมาจากน้ำมันเตาจําหน่ายให้กับโรงไฟฟ้า และดีเซลในตลาดพาณิชย์ที่การแข่งขันสูงแม้ว่าน้ำมันอากาศยานและเบนซินจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม ในส่วนของปริมาณจําหน่าย Cafe Amazon เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกัมพูชาและลาวตามการขยายสาขา

รวมทั้ง OR ได้รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจกัมพููชา ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาขยายตัวลดลงที่ไม่เกิน 4.0%จาก 5.8% ในปี 2568 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากแรงขับเคลื่อนภาคการส่งออกสินค้าสิ่งทอและสินค้าที่ไม่ใช่สิ่งทอ (non-garment) การเติบโตโดยรวมของภาคเกษตรกรรมและภาคการท่องเที่ยวและบริการ อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวเติบโตในอัตราลดลงต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจกัมพูชายังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากทั้งระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาจีนระดับสูง ประกอบกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มหดตัวลงอย่างมีนัยสําคัญ และภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ส่งผลต่อการบริโภคของประชากรภายในประเทศ และด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในประเทศปัจจุบันทําให้การลงทุนภาคเอกชนโดยรวมชะลอตัวลง และส่งผลต่อความเปราะบางของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย