เพิก เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร บริหารจัดการระบบยางพาราไทย ผ่านนโยบาย ‘อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน’ มุ่งสร้างอาชีพชาวสวนยางสู่ความมั่นคง พร้อมยกระดับยางไทยสู่เวทีโลกอย่างแข็งแกร่ง
ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยว่า นโยบายสำคัญ “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” หลังเข้ารับตำแหน่ง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. อย่างเป็นทางการ เร่งสร้างความมั่นคงในอาชีพชาวสวนยาง ลดต้นทุนเพิ่มรายได้ หนุนการทำสวนยางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ยางพาราอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับมาตรฐานยางพาราไทยสู่ระดับสากล
แนวทางในการขับเคลื่อนยางพาราผ่านนโยบายหลักสำคัญว่ากยท. จะดำเนินงานโดยคำนึงถึงหลักสำคัญ 3 ประการ คือ“อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน”ซึ่งการจะขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมายนั้น จะต้องผลักดันมาตรการต่างๆ ในการบริหารจัดการยางพาราให้ครอบคลุมทุกมิติ เกิดการสร้างเสถียรภาพให้กับราคายาง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ชาวสวนยางมีคุณภาพชีวิตเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับยางพาราตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ประการที่ 1 “อยู่ได้”กยท. จะสร้างความมั่นคงในอาชีพให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ ผ่านการผลิตปัจจัยการผลิตภายใต้แบรนด์ของ กยท. ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำสวนยางได้ไม่ต่ำกว่า2,000บาท/ตัน ซึ่งเริ่มต้นจากการผลิตปุ๋ยยางตามสูตรภูมิภาคตามชุดภาคพื้นดินที่มีค่าวิเคราะห์ สำหรับใช้ช่วงก่อน-หลังเปิดกรีด เพื่อนำมาใช้เองภายในประเทศก่อน 100,000ตัน ก่อนขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ กยท. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และนวัตกรรมแก่เกษตรกรฯอย่างต่อเนื่องผ่านการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำสวนยางที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต นำมาสู่รายได้ที่เพิ่มมากขึ้นให้ชาวสวนยางได้ในระยะยาว
ประการที่ 2 “พอใจ”กยท. จะเดินหน้าบริหารจัดการโรคใบร่วงอย่างจริงจังด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาโรคใบร่วงอย่างเป็นรูปธรรมในขณะเดียวกัน กยท. ยังคงผลักดันการออกโฉนดไม้ยางทั่วประเทศโดยร่วมมือกับ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ไม้ยางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ถือเป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นทุนสำหรับการประกอบอาชีพการทำสวนยาง เสริมความมั่นคงทางการเงินให้ชาวสวนยางทั่วประเทศ
ดร.เพิก กล่าวว่า นโยบายในการบริหารและเพิ่มศักยภาพบุคลากรของ กยท. ว่าจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร โดยสนับสนุนให้บุคลากรของ กยท. มีการพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การหา connection จากหน่วยงานพันธมิตร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ รวมถึงการกำหนดให้บุคลากรปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ตรงกับความสามารถและความเชี่ยวชาญเฉพาะ เพื่อเสริมให้การดำเนินงานขับเคลื่อนภารกิจของ กยท. เป็นไปได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะส่งผลโดยตรงถึงการสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพชาวสวนยางและทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องในระบบยางพาราตลอดห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครอบคลุม จนเกิดเป็นความยั่งยืนในระยะยาว
“กยท. พร้อมเดินหน้า สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร และอุตสาหกรรมยางไทยทั้งระบบ โดยเชื่อว่า นโยบาย ‘อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน’จะเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับ กยท. ในฐานะองค์กรหลักที่ขับเคลื่อนการบริหารจัดการยางทั้งระบบ เพื่อพี่น้องชาวสวนยางและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง ควบคู่ไปกับการทำงานเชิงรุก โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมยางไทย ยืนหยัดบนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”





