วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ยอดผลิตรถเดือนพ.ค. 68 พลิกบวกครั้งแรกรอบ 21 เดือน ที่ 1.39 แสนคัน

ยอดผลิตรถเดือนพ.ค. 68 พลิกบวกครั้งแรกรอบ 21 เดือน ที่ 1.39 แสนคัน

ส.อ.ท. ยอดผลิตรถเดือนพ.ค. 2568 รวม 139,186 คัน ผลิตเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 21 เดือน ที่ 10.32% ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ยอดส่งออกลดลง ส่วนยอดผลิต EV และยอดขายเช่นกัน 

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนพ.ค. 2568 แบ่งเป็น

การผลิต โดยจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพ.ค. 2568 รวม 139,186 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 33.51% และเพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. 2567 ที่ 10.32% เพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบ 21 เดือน จากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV และ PHEV เพิ่มขึ้น 641.16% และ 130.49% ตามลำดับ ส่งผลให้การผลิตรถยนต์นั่งเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 63.88% รวมทั้งผลิตรถ PPV เพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 138.65% 

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนม.ค. - พ.ค. 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 594,492 คัน ลดลงจากเดือนม.ค. - พ.ค. 2567 ที่ 7.82 ผลิตเพื่อส่งออก เดือนพ.ค. 2568 ผลิตได้ 87,297 คัน เท่ากับ 62.72% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนพ.ค. 2567 ที่ 1.70 ส่วนเดือนม.ค. - พ.ค. 2568 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 390,095 คัน เท่ากับ 65.62% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2567 ระยะเวลาเดียวกัน 10.20%

ยอดขาย โดยรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพฤษภาคม 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 52,229 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2568 ร้อยละ 10.67 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2567 ร้อยละ 4.73 เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ต่อจากเดือนเมษายน 2568 จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า BEV  PHEV และรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปภายในเพิ่มขึ้น 118.64% 234.68% และ 3.19% ตามลำดับจากราคาที่จับต้องได้มากขึ้น แต่ยอดขายรถกระบะยังคงลดลง 24.84% จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะหนี้ครัวเรือนสูงและเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอ่อนแอจากการลงทุนภาคเอกชนที่ยังต่ำรวมทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น 

อีกทั้งการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากนักท่องเที่ยวจีนที่กังวลเรื่องความปลอดภัย กังวลเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่จะไม่ได้ใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้จากปัญหาการเมืองที่ขัดแย้งกันซึ่งจะซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดอยู่แล้วทรุดลงมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนม.ค. - พ.ค. 2568 รถยนต์มียอดขาย 252,615 คัน ลดลงจากปี 2567 ในระยะเวลาเดียวกัน 2.98%

การส่งออก แบ่งเป็น รถยนต์สำเร็จรูป เดือนพ.ค. 2568 ส่งออกได้ 81,071 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้ว 23.34% แต่ลดลงจากเดือนพ.ค. 2567 ที่ 9.20% ลดลงจากการหยุดผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นที่เลิกส่งออกไปสหรัฐฯ และยุโรปจากการเข้มงวดเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือในการขับ จึงไม่มีรถยนต์นั่งส่งออกไปในตลาดยุโรป แต่ส่งออกรถกระบะเพิ่มขึ้นตามจำนวนการผลิตรถกระบะส่งออกมากขึ้นในเดือนพ.ค. และส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลางด้วย 

นอกจากนี้ รถยนต์ HEV ยังส่งออกเพิ่มขึ้น 17.48% การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยังคงมีความไม่แน่นอนทั้งภาษีนำเข้าของอเมริกา ความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและการค้าโลกชะลอตัวลง

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกรถยนต์ที่ 55,163.36 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพ.ค. 2567 ที่ 12.54%

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนพ.ค. 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 13,935 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว 70.65% โดยแบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 12,054 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. 2567 ที่ 120.97%

ส่วนเดือนม.ค. - พ.ค. 2568 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 53,955 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนม.ค. - พ.ค. ปีที่แล้ว 22.85% โดยรถ EV จดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 พ.ค. 2568 รวมทั้งสิ้น 280,600 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 60.05%