วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ประธาน 'Wynn Resort' หนุนไทยสร้างเขตบันเทิงครบวงจร ดึงท่องเที่ยว

ประธาน 'Wynn Resort' หนุนไทยสร้างเขตบันเทิงครบวงจร ดึงท่องเที่ยว

ประธานใหญ่ Wynn Resort ชี้โอกาสไทยลงทุนเอนเตอร์เทนเมนตฺ์โดดเด่น แนะสร้างเป็นเขตบันเทิงครบวงจร ใช้ประโยชน์ศัยภาพท่องเที่ยว สร้างจุดเด่น มั่นใจรายได้โตเก็บภาษีเพิ่ม

นายคริสโตเฟอร์ เอ็ม กอร์ดอน ประธาน Wynn Resorts Development  กล่าวว่าการสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในประเทศต่างๆนั้นผู้ลงทุนจะคำนึงถึงแบรนด์หรือชื่อเสียงของประเทศต่างๆ เช่นในประเทศไทยนั้นมีชื่อเสียงเรื่องของการท่องเที่ยว และมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีสูงอยู่แล้วการมีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีการลงทุนสูงเพื่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆจะทำให้ประเทศไทยน่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวมากขึ้น  

ทั้งนี้มองว่าการสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทยนั้นจะมีความโดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นๆเพราะเราสามารถสร้างเป็นเขตความบันเทิงครบวงจรขึ้นมาได้โดยใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อเสียง เช่น ทะเล ที่ภูเก็ต หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

ซึ่งจะมีความโดดเด่นมากกว่าการเป็นเพียงอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ทำให้คนที่จะมาเที่ยวจะวางแผนมาท่องเที่ยวทั้งปี โดยการสร้างเขตบันเทิงที่จะรองรับกิจกรรมและนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งตรงนี้น่าดึงดูดจากบรรยากาศการท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องกาสิโนอย่างเดียว

ประธาน 'Wynn Resort' หนุนไทยสร้างเขตบันเทิงครบวงจร ดึงท่องเที่ยว

 

ด้านนายเควิน เคลย์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์, ประเทศไทย Galaxy Entertainment Group กล่าวว่าประเทศไทยนั้นมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีสูงถึง 36 ล้านคน และเคยมีนักท่องเที่ยวต่อปีสูงถึง 40 ล้านคน

ทั้งนี้จากข้อมูลการลงทุนสร้างรีสอร์ตครบวงจรในสิงคโปร์นั้นสามารถเพิ่มวันพักของนักท่องเที่ยวได้อีก 1 คืน ดังนั้นการลงทุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในไทยนั้นจะทำให้มีการพักค้างคืนเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวเช่นกัน สมมุติว่าเราคาดการณ์ว่าประมาณ 70 – 80% ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง กทม.หรือในจังหวัดท่องเที่ยวของไทยสามารถเข้ามาพักค้างคืนเพิ่มอีกคนละ1 คืนย่อมสร้างรายได้เพิ่มจำนวนมากต่อปี

 

แน่นอนว่าในการลงทุนนี้จะยังมีโอกาสของการจ้างงานในท้องถิ่นอีกหลายพันตำแหน่ง ซึ่งหมายความว่าเป็นการสร้างโอกาสแก่เยาวชนและผู้คนจำนวนหนึ่งที่เข้ามาในอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นใหม่ ให้มีรายได้เพิ่ม และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้จากการคำนวณพบว่ารายได้จากภาษีที่การเก็บต่อปีเมื่อมีการลงทุนแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับงบประมาณครึ่งหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการของไทย โดยเม็ดเงินที่รัฐบาลจัดเก็บได้เพิ่มนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะนำไปบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในประเทศ