บอร์ด รฟท.ไฟเขียวเพิ่มกรอบวงเงินสร้าง "รถไฟสายสีแดง" อีก 8.7 พันล้านบาท ดันงบรวมทะลุ 1.04 แสนล้านบาท เล็งเจรจาเอกชนลดดอกเบี้ย หลังศาลตัดสินแพ้คดี ปมเปลี่ยนแปลงงาน VO
นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.เมื่อวันที่ 15 พ.ค.68 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า บอร์ดมีมติเห็นชอบปรับกรอบวงเงินลงทุน และจัดหาแหล่งเงินเพิ่มเติมสำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางชื่อ-รังสิต และช่วงบางชื่อ-ตลิ่งชัน โดยจากเดิมมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 อนุมัติไว้ 96,868.332 ล้านบาท ปรับเพิ่มอีกประมาณ 8,700 ล้านบาท รวมเป็น 104,445 ล้านบาท
โดยสาเหตุหลักของการปรับเพิ่มกรอบวงเงินโครงการดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลปกครองได้มีคำพิพากษา ข้อพิพาทค่าก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ในกรณีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม (Variation order - VO) และมีคำสั่งให้ รฟท.จ่ายชดเชยเงินค่าจ้างเพิ่มเติมให้กับกิจการร่วมค้า เอส ยู ซึ่งประกอบด้วย บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) และบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) โดยมีสั่งบังคับคดีภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ดี การอนุมัติปรับกรอบวงเงินครั้งนี้ เป็นการปรับกรอบภาพรวมทั้งโครงการ โดยแบ่งเป็น
สัญญาที่ 1 งานโยธา สำหรับสถานีกลางบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง ที่ศาลปกครองมีคำสั่งให้จ่ายชดเชยกรณีเปลี่ยนแปลงงาน (VO) จำนวน 4,205 ล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วย การชดเชยค่าก่อสร้างในการปรับแบบ ค่าใช้จ่ายการขยายเวลาก่อสร้าง ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ส่งผลให้ รฟท.ประเมินกรอบวงเงินงานสัญญาที่ 1 ปรับใหม่เป็น 7,407 ล้านบาท โดยคำนวณในกรณีอัตราเงินกู้ภายในประเทศ
สัญญาที่ 2 งานโยธาสำหรับสถานีรถไฟบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง จำนวน 212 ล้านบาท
สัญญา 3 งานระบบรถไฟฟ้า และเครื่องกลรวมงานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้า จำนวน 847 ล้านบาท
อีกทั้งยังมีค่าจ้างที่ปรึกษาอีกจำนวนหนึ่ง โดย รฟท.ได้คำนวณกรอบวงเงินใหม่รวม VAT และดอกเบี้ยแหล่งเงินภายในประเทศ
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา รฟท.ได้ดำเนินการเจรจากับเอกชนคู่สัญญาในงานก่อสร้างสัญญาที่ 1 ภายหลังศาลปกครองมีคำตัดสินแล้ว ซึ่งเป็นการเจรจาขอลดอัตราดอกเบี้ย และปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการตอบรับจากทางเอกชนคู่สัญญา โดย รฟท.จะเร่งเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว และไม่ให้เป็นภาระอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับเพิ่มขึ้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





