วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'บอร์ดกระตุ้น ศก.' ประชุมวันนี้ เคาะโครงการใหม่แทนแจกเงินหมื่น

'บอร์ดกระตุ้น ศก.' ประชุมวันนี้ เคาะโครงการใหม่แทนแจกเงินหมื่น

“แพทองธาร ชินวัตร” เป็นประธานประชุมบอร์ดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจวันนี้ เร่งพิจารณามาตรการด่วนรองรับเศรษฐกิจโลกผันผวน เล็งยกเลิกแจกเงินหมื่น ทำโครงการลงทุนแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ (19 พ.ค.68)  2568 เวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568  ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการได้แจ้งในหนังสือการเชิญหัวหน้าส่วนราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อพิจารณามาตรการเร่งด่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งในมิตินโยบายระยะสั้น และระยะยาว รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก การส่งออกที่ชะลอลงจากผลกระทบที่เกิดจากมาตรการทางภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์  รวมถึงแรงกดดันจากการปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยโดยสถาบันจัดอันดับ Moody’s ที่เปลี่ยนจากมีเสถียรภาพเป็น “เชิงลบ” (Negative Outlook) รวมทั้งยังมีประเด็นที่แนวโน้มภาครัฐจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายจากภาวะเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนทบทวนแผนงาน และโครงการต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ รวมทั้งรายได้ของรัฐที่มีแนวโน้มลดลงด้วย

โดยการประชุมครั้งนี้จะมีการทบทวนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เคยเตรียมไว้ในส่วนของงบกลางปี 2568 ในส่วนของงบกลางค่าใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ  ขณะที่ต้องหารือเรื่องการจัดทำแผนงานโครงการในปี 2569 เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะต่อไปด้วย

สำหรับวาระสำคัญ ที่จะมีการหารือกันในบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แก่ การพิจารณาโครงการ/มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลโดยข้อเสนอในเรื่องนี้รวมถึงการยกเลิกโครงการดิจิทัลวอลเล็ตหรือโครงการแจกเงิน 10,000 บาทในระยะที่ 3 – 4 และนำเอาเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหลือในปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 1.57 แสนล้านบาทไปใช้ในโครงการอื่นๆ เพื่อรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จากการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ การหารือเรื่องข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2568 ที่ระบุว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอยู่ในภาวะผันผวนอันเนื่องมาจากสงครามการค้า และการประกาศ นโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ ของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบ ถึงประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าด้วย ทำให้ธนาคารโลก และสถาบันต่างๆ ได้คาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ ของโลก และของประเทศไทย จะต่ำกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้

โดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือถือ Moody's (Moody's Investors Service) ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็น Negative Outlook

นอกจากนี้ในการทำมาตรการให้มุ่งไปที่การแก้ปญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รัฐบาลจึงเห็นควรให้มีการปรับเป็นต้องพิจารณาทบทวนให้สอดดอคล้อง กับสถานการณ์ดังกล่าวและรายได้ของรัฐที่ลดลง เช่น การใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางประจำปีงบประมาณพ.ศ.2568 ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระต้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ การดำเนินแผนงาน/โครงการในปีพ.ศ.2569

รวมทั้งจะต้องเร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญ กับการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Economy) ให้มากขึ้น เน้นการลงทุน และสร้างความเข้มแข็ง ให้กับเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs)เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างเข้มแข็งต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์