วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

'คลัง' ดึงนโยบาย 'รถไฟฟ้า 20 บาท' จี้ รฟม.หารือใช้เงินอุดหนุนเอกชน

'คลัง' ดึงนโยบาย 'รถไฟฟ้า 20 บาท' จี้ รฟม.หารือใช้เงินอุดหนุนเอกชน

“สุริยะ” ยันใช้เงิน รฟม. 8,000 ล้านบาท ดัน “รถไฟฟ้า 20 บาท” เริ่ม ก.ย.นี้ เผยอยู่ระหว่างหารือ “คลัง” กำหนดแนวทางจัดใช้เงินให้ถูกระเบียบกฎหมาย คาดได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงฯ มีเป้าหมายจะนำร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (พ.ร.บ.รฟม.) ซึ่งจะเป็นฉบับปรับปรุงให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสนับสนุนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 พ.ค.68 ที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถดำเนินการเสนอเรื่องดังกล่าวให้ ครม.พิจารณาได้ เนื่องจากกระทรวงการคลังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดใช้เงินกำไรสะสมของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่ได้จากส่วนแบ่งรายได้ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เพื่อไปใช้ชดเชยส่วนต่างรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ นั้นอาจไม่สามารถดำเนินการได้โดยตรง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการหารือในรูปแบบการใช้เงินให้รอบคอบ เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย คาดว่าจะหารือแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้

“พ.ร.บ.รฟม. เป้าหมายของกระทรวงฯ จะเอาเข้า ครม.เมื่อ 13 พ.ค.68 ที่ผ่านมา เพื่อเสนอเรื่องนี้ให้ทันการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญในวันที่ 28 - 30 พ.ค.68 นี้ แต่ทราบว่าการปรับแก้ พ.ร.บ.รฟม.ที่ต้องนำเงินกำไรสะสมไปส่งให้กองทุนตั๋วร่วมที่จะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมนั้น ต้องหารือกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังก่อน แต่ รฟม.ไม่ได้หารือในรายละเอียดนี้ ทำให้ตอนนี้ รฟม.ต้องกลับไปหารือกรมบัญชีกลางก่อน ว่าจะสามารถนำเงินนี้มาใช้ในรูปแบบใด เพื่อแก้ พ.ร.บ.รฟม.ต่อไป”

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า กระทรวงฯ ยังมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้ตามเป้าหมายภายใน 30 ก.ย.นี้ เนื่องจากปัจจุบันมีความพร้อมในผลการศึกษาทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงการหารือเพื่อนำเงินกำไรของ รฟม.มาเข้ากองทุนตั๋วร่วม และชดเชยส่วนต่างรายได้ที่จะเกิดขึ้นในรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ซึ่งกระทรวงฯ ยังยืนยันว่ามาตรการนี้ จะใช้เงินชดเชยเพียง 8,000 ล้านบาทต่อปี ไม่มีการปรับเพิ่มกรอบวงเงินเป็น 9,500 ล้านบาท

"เรื่องตัวเลข 9,500 ล้านบาท ไม่ทราบว่าใครประเมินแล้วเป็นตัวเลขมาจากไหน เพราะกระทรวงฯ ยังคงประเมินกรอบวงเงินไว้ที่ 8,000 ล้านบาทในปีแรก รวมทั้งเรื่องที่ตัวเลขชดเชยรถไฟฟ้าสายสีเขียว กทม.ขอชดเชย 8,000 ล้านบาท ก็ยืนยันว่าไม่เคยมีการเจรจาเรื่องนี้ และไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป"

ขณะเดียวกัน ระหว่างนี้กรรมาธิการยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .... ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดจัดตั้งกองทุนตั๋วร่วม และการกำกับดูแล ชดเชยส่วนต่างค่ารายได้ของผู้ประกอบการรถไฟฟ้าทั้งหมด โดยขณะนี้ได้พิจารณาผ่านวาระ 1 แล้ว และกระทรวงฯ จะมีการเสนอเพิ่มรายละเอียดของการเปิดรับเงินเข้ากองทุนตั๋วร่วม จากเดิมกำหนดรับได้เพียงเงินบริจาค จะปรับเพิ่มให้มีเงื่อนไขรับเงินเข้ากองทุนได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีแนวคิดว่ารถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ควรมีผู้บริหารจัดการหน่วยงานเดียว (Single Owner) เพราะจะทำให้การบริหารจัดการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะหารือกับกระทรวงคมนาคมเพื่อโอนสิทธิในการบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับกระทรวงคมนาคมนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า เป็นแนวคิดที่ดี เนื่องจากกระทรวงฯ ต้องการบริหารรถไฟฟ้าให้เป็นระบบ และมาตรฐานเดียวกันอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่ กทม.มีแนวคิดขอแก้ระเบียบกฎหมายในการนำกิจการรถเมล์มาดูแลเอง เพราะปัจจุบันองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคม หาก กทม.ได้กำกับจะทำให้การบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนใน กทม.ดีขึ้นนั้น นายสุริยะ กล่าวว่า เป็นแนวคิดที่ดีเนื่องจาก ขสมก.ปัจจุบันให้บริการรถเมล์ในพื้นที่ กทม.เป็นส่วนใหญ่ น่าจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในการบริหารจัดการ ดังนั้นเรื่องเหล่านี้คงต้องหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์