วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

สหรัฐขึ้นภาษีป่วนเศรษฐกิจโลก ส.อ.ท. หวั่น GDP หด ท่องเที่ยวสะดุด

สหรัฐขึ้นภาษีป่วนเศรษฐกิจโลก ส.อ.ท. หวั่น GDP หด ท่องเที่ยวสะดุด

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขึ้นภาษีประเทศไทย 36% ซึ่งคิดแค่ครึ่งหนึ่งของวิธีคิดที่ทรัมป์มองว่าประเทศไทยได้เปรียบ ซึ่ง เดิมที่คณะวอร์รูม นำโดยกระทรวงพาณิชย์ และเอกชนได้ประชุมร่วมกัน และมีการแถลงข่าววานนี้ (2 เม.ย.2568) ว่าจะขึ้นระดับ 10-15%

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คณะทำงานได้รวบรวมตัวเลข และเห็นว่า ภาคเกษตรเป็นส่วนที่มีการเก็บภาษีจากสหรัฐมากกว่าที่สหรัฐเก็บจากไทยประมาณ 27% ส่วนหมวดอื่นนั้นไทยเก็บสูงกว่าในค่าเฉลี่ยอยู่ 6-7% ในขณะที่หัวเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 11% ดังนั้น จึงคิดว่าไทยจะโดนเก็บภาษีที่ 10-15%

ทั้งนี้ เมื่อตัวเลขที่สหรัฐประกาศออกมาโดยมองว่า ไทยมีความได้เปรียบถึง 72% ซึ่งก็ตกใจว่าสหรัฐคิดอย่างไร โดยสหรัฐอธิบายว่าประเทศไทยมีการเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมหรือเอาเปรียบจำนวนหนึ่ง ในลักษณะกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษี เช่น ในเรื่องของเนื้อสัตว์ สินค้าทางการเกษตร และการละเมิดสิทธิทางปัญญา อาทิ สินค้าก๊อปปี และมาจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก

สหรัฐมองการละเมิดสิทธิทางด้านของแรงงาน โดยอาจจะใช้แรงงานที่ไม่ดีต่างๆ เป็นสิ่งที่สหรัฐอธิบาย ดังนั้น ในรายละเอียดจะต้องศึกษา ตัวเลขนี้สหรัฐเกรงใจแล้ว ยังถือว่าเป็นอัตราที่สูงแม้จะน้อยกว่าเวียดนามราว 10% ซึ่งประเทศในภูมิภาคโดนถ่วงหน้า ทั้ง มาเลเซีย บรูไน กัมพูชา ที่มากกว่าไทย มีน้อยที่สุด 10% ก็คือ สิงคโปร์ ซึ่งโดนทั่วหน้าทั้งไต้หวัน และอิสราเอล”

ทั้งนี้ ส.อ.ท. จะเรียกประชุมฉุกเฉินด่วนในวันที่ 4 เม.ย.2568 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ส่งสินค้าไปสหรัฐ เพื่อหารือถึงผลกระทบ และแนวทางการเตรียมรับมือ ดังนั้น วอร์รูมของภาครัฐก็จะต้องรีบเรียกประชุมด่วนกับภาคเอกชนเช่นกัน ซึ่งตอนนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างเตรียมตัวเลข และศึกษาจากคำพูดว่าวิธีการคำนวณของสหรัฐว่าใช้พื้นฐานอะไร และอะไรคือ ปัญหา และอุปสรรคที่แท้จริงมาตรการอย่างอื่นที่เราเตรียมไว้ที่ประชุมก่อนนั้นบ่งบอกให้เห็นถึงตัวเลขของเราที่ผิดหมด และส่งผลกระทบอย่างไร

ทั้งนี้ เมื่อคำนวณแบบเร็วๆ ความเสียหายเดิมหากโดนขึ้นภาษี 10-15% จะฉุด GDP ไทยระดับ 0.2-0.6% แต่เมื่อไทยโดน 37% แบบนี้ก็อาจจะฉุด GDP เป็น 1% หากยังไม่สามารถแก้ไขหรือเจรจาอะไรได้จะทำให้ยอดการส่งออกของเรากระทบแรง ทำให้ GDP ปีนี้ ของไทยต้องปรับลดลงไปกว่าที่เดิมหรืออาจจะต่ำกว่า 2% ก็ได้ ถือเป็นปัญหาใหญ่คงไม่ใช่เฉพาะการส่งออกของไทยไปสหรัฐ

ยังรวมไปถึงการค้าของโลกอาจจะชะลอตัว สินค้าที่ไทยจะส่งไปทั่วโลกด้วย ที่สำคัญสินค้าจากประเทศอื่น ที่ราคาถูกโดยเฉพาะจีนซึ่งโดนภาษีถึง 54% และเวียดนาม 46% จะเข้ามาในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้และมาในประเทศไทยด้วย สิ่งนี้เร็วเกินไปแต่คาดการณ์ว่าถ้าระยะยาวจะประสบผลกระทบแน่นอน

“สิ่งที่จะต้องเตรียมรับมือคือ สินค้าที่จะทะลักเข้ามา ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการในประเทศจะต้องปิดตัวลง กระทบจากเดิมที่เคยบอกว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 30 อุตสาหกรรม สุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวด้วยเพราะหากสถานการณ์เป็นแบบนี้หลายประเทศอาจจะชะลอการเดินทางลงเช่นกัน”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์