background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

สทนช. เตรียมปรับแผนระบายน้ำ 21 อ่างฯ ใหญ่ รับมือฝนปีนี้มาเร็ว

สทนช. เตรียมปรับแผนระบายน้ำ 21 อ่างฯ ใหญ่ รับมือฝนปีนี้มาเร็ว

สทนช. หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมปรับแผนระบายน้ำ 21 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หลังฤดูฝนปีนี้มาเร็ว หวั่นน้ำเต็มความจุ พร้อมขับเคลื่อนแผนแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบ

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์น้ำ และขับเคลื่อนแผนบูรณาการการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบ ครั้งที่ 2/2568  ว่า  ได้รับทราบสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และการคาดการณ์ รวมทั้งพิจารณาแผนปฏิบัติการภายใต้แผนบูรณาการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบ และแผนบริหารจัดการน้ำรายอ่างขนาดใหญ่

สทนช. เตรียมปรับแผนระบายน้ำ 21 อ่างฯ ใหญ่ รับมือฝนปีนี้มาเร็ว

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 ได้มอบหมายให้สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนบูรณาการการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนรองรับมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 สทนช. ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) ในฐานะประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2568 ประเด็นแนวโน้มสถานการณ์น้ำปี 2568 และมาตรการรับมือฤดูฝนที่เห็นชอบโดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้ว

โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานดำเนินการตามมาตรการฝนอย่างเคร่งครัด ปรับปรุงแนวทางการแจ้งเตือนอุทกภัยอย่างบูรณาการ และให้หน่วยงานเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการตามภารกิจ โดยเฉพาะแผนงาน/โครงการที่หน่วยงานได้รับงบประมาณในปี 2568 แล้ว โดยจัดลำดับแผนงานที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงและมีความจำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วนก่อน และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2568 โดยแผนบูรณาการการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบนี้ จะเสนอ กนช. พิจารณาให้ความเห็นชอบในการประชุมต้นเดือนเมษายน 2568

ทั้งนี้ แผนบูรณาการการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบ ประกอบด้วยแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว โดยแผนระยะสั้น มี 4 กิจกรรม ได้แก่ 1.ปรับปรุงความถูกต้องและความแม่นยำของระบบตรวจและการคาดการณ์ 2.บูรณาการข้อมูลและการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน 3.เสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ และ 4.พัฒนาแผนประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนภัย

ส่วนแผนระยะยาว มี 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.เพิ่มขีดความสามารถในการพยากรณ์และคาดการณ์ 2.พัฒนาระบบเฝ้าระวังและการบริหารจัดการน้ำ และ 3.เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน  ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการบางส่วนจากคณะทำงานฯ แล้ว โดยจะนำไปปรับเพิ่มในรายละเอียดให้ชัดเจนมากขึ้น และเสนอ กนช. ต่อไป

" ขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ในสถานการณ์ลานีญา คาดว่าแนวโน้มฤดูฝนปีนี้ค่อนข้างมาเร็ว และมีปริมาณฝนโดยรวมใกล้เคียงค่าปกติหรือมากกว่าค่าปกติเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่มีแนวโน้มปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติ ทั้งนี้ สทนช. ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์น้ำมาก มีจำนวน 21 แห่ง จากทั้งหมด 35 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ภาคเหนือ 6 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคตะวันออก 5 แห่ง ภาคตะวันตก 1 แห่ง และภาคใต้ 1 แห่ง"

 ซึ่งคณะทำงานฯ จะต้องร่วมกันวิเคราะห์การปรับแผนการระบายน้ำเป็นรายอ่างทั้ง 21 แห่งอย่างละเอียด เนื่องจากมีแนวโน้มปริมาณน้ำเต็มความจุของอ่างฯ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการปริมาณน้ำรองรับสถานการณ์ฝนล่วงหน้า ที่จะต้องเร่งพิจารณาปรับแผนเพื่อระบายน้ำล่วงหน้าก่อนจะถึงเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อเตรียมพื้นที่รับน้ำในช่วงฤดูฝน อีกทั้งประชาชนและเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากปริมาณน้ำที่ได้ระบายในช่วงฤดูแล้งด้วย เช่น ทำการเพาะปลูกพืชหรือใช้ประกอบอาชีพต่างๆ ดีกว่าจะไปดำเนินการเร่งระบายน้ำในช่วงน้ำหลาก ที่อาจส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายน้ำและสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์

ทั้งนี้ จะมีการหารืออีกครั้ง โดยจะใช้ข้อมูลจาก 3 แหล่ง เพื่อประกอบการวิเคราะห์ในเชิงลึก ได้แก่ ข้อมูลการคาดการณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลการคาดการณ์ฝนจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และข้อมูลการคาดการณ์ฝนจากฝน ONE MAP เพื่อปรับแผนการระบายน้ำให้สอดรับกับสถานการณ์ฝนปีนี้ให้รัดกุมมากที่สุด และสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุดด้วย