วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

“OECD”เตือนเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอ่อนแรงเฝ้าระวังศึกการค้า

“OECD”เตือนเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอ่อนแรงเฝ้าระวังศึกการค้า

เผยแพร่รายงาน OECD Economic Outlook, Interim Report March 2025 ระบุว่า การเติบโตของผลผลิตทั่วโลกยังคงแข็งแกร่งในปี 2567 โดยมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งในสหรัฐและเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมถึงจีน

"อย่างไรก็ตาม พบสัญญาณแนวโน้มการเติบโตที่อ่อนแรง ความเชื่อมั่นของธุรกิจและผู้บริโภคที่เบาบางและ"ตัวบ่งชี้ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั่วโลก"

คาดว่าการเติบโตของจีดีพีทั่วโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.2% ในปี 2567 เป็น 3.1% ในปี 2568 และ 3.0% ในปี 2569 โดยมีอุปสรรคการค้าที่สูงขึ้นในเศรษฐกิจ G20 หลายแห่ง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายที่จะเป็นอุปสรรคทางการค้าที่มีผลต่อการลงทุนและการใช้จ่ายของครัวเรือน

คาดว่าการเติบโตของจีดีพีประจำปีของสหรัฐ จะชะลอตัวลงจากอัตราการขยายตัวที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 2.2% ในปี 2568 และ 1.6% ในปี 2569ส่วนฝั่งยุโรปอยู่ที่ 1.0% ในปี 2568 และ 1.2% ในปี 2569 ขณะที่จีนจะชะลอตัวลงจาก 4.8% ในปีนี้เหลือ 4.4% ในปี 2569

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนก.พ. 2568 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ตามความต้องการสินค้าส่งออกในหลายกลุ่มสินค้าที่ยังขยายตัวดี รวมถึงการนำเข้าสินค้าขยายตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การกีดกันทางการค้า และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า

โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ดัชนีราคาส่งออก เดือนก.พ. 2568 เท่ากับ 110.9 ขยายตัวชะลอลง0.8% (YoY) เป็นผลจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่มที่ปรับลดลงจากอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา ประกอบกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจรุนแรงขึ้น จากการปรับเปลี่ยนนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างทางการผลิตของไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งผลให้ราคาส่งออกของไทยขยายตัวได้อย่างจำกัด

อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้าที่ดัชนีราคาส่งออกยังคงปรับสูงขึ้น ประกอบด้วย หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้น 1.6% ได้แก่ ทองคำ ตามความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากความกังวลด้านนโยบายทางภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค สำหรับเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งตลาดยังมีความต้องการสูง