วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'สำนักงาน กกพ.' ยืนยันระบบไฟฟ้าไทยมั่นคงและมีเสถียรภาพ

'สำนักงาน กกพ.' ยืนยันระบบไฟฟ้าไทยมั่นคงและมีเสถียรภาพ

“สำนักงาน กกพ.” ยืนยัน "ระบบไฟฟ้าไทย" มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ ย้ำ "แผ่นดินไหวเมียนมา" ไม่พบความผิดปกติ และความเสียหายใดๆ ในตัวเขื่อน กฟผ.

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมของระบบผลิต ระบบส่ง และระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของประเทศเป็นปกติมีความมั่นคง แม้ว่าเหตุแผ่นดินไหวในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 อาจมีผลกระทบต่อภาพรวมของระบบอยู่บ้าง แต่ทางผู้เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา ทำให้แรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบต่ออาคารและสถานที่ต่างๆ ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเป็นวงกว้าง กกพ. และสำนักงาน กกพ. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตลอด 3 วันที่ผ่านมา และพบว่ามีเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องส่งผลกระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าในบางพื้นที่ใน 11 จังหวัด ของภาคเหนือและภาคกลาง เช่น แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง สมุทรสาคร นครปฐม ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาให้ลุล่วงและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ เช่นเดียวกับผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. ตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่พบความผิดปกติ และความเสียหายใดๆ ในตัวเขื่อน และอาคารประกอบอื่นๆ ซึ่งยังมีความมั่นคงแข็งแรงดี”

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า  กกพ. ได้ขอความร่วมมือไปยัง 3 การไฟฟ้า และยังคงให้เตรียมความพร้อม 
เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำสถานีไฟฟ้า และตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้พร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ ตามแผนรับมือวิกฤต มีการเสริมระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อเพิ่มความราบรื่นต่อเนื่องในการจ่ายกระแสไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ภัยพิบัติดังกล่าว ทั้ง 3 การไฟฟ้ามีการเสริมระบบไฟฟ้าสำรองให้มีความพร้อมเพื่อความราบรื่นต่อเนื่องในการจ่ายกระแสไฟฟ้า จึงทำให้แม้เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาอย่างเช่นครั้งนี้ ที่ส่งผลให้ระบบอัตโนมัติของโรงไฟฟ้าสั่งหยุดเดินเครื่องและหลุดออกจากระบบ 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 และโรงไฟฟ้าพระนครใต้ เครื่องที่ 4 ส่วนที่ 1 เป็นผลให้กำลังผลิตหายไปประมาณ 600 เมกะวัตต์ แต่ปรากฎว่ายังมีโรงไฟฟ้าสำรองอย่างเพียงพอจึงเดินเครื่องส่งไฟฟ้าเข้าระบบทันเวลาและสามารถรักษาระบบไว้ได้ทำให้ไม่มีไฟฟ้าดับในทุกพื้นที่ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของประเทศไทยที่มีกำลังผลิตสำรองที่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพในยามสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เช่น ไฟตก ไฟดับ หม้อแปลงชำรุดหรือระเบิด หรือมีปัญหาด้านการบริการไฟฟ้าในเหตุการณ์อื่นๆ ท่านสามารถแจ้งปัญหาการให้บริการไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มบัญชีทางการผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ชื่อบัญชี “@ERCvoice” ซึ่งสำนักงาน กกพ. และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย เข้าร่วมอยู่ใน Line Official นี้แล้ว เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและให้บริการในการแก้ปัญหาดังกล่าวได้โดยตรงจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย