background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ซินเจนทา รุกตลาดสารชีวภาพ ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล

ซินเจนทา  รุกตลาดสารชีวภาพ  ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล

ซินเจนทา ส่ง “เกียพาวเวอร์” บุกตลาดเทคโนโลยีชีวภาพ ฟื้นฟูดิน รับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพิ่มคุณภาพ เพิ่มผลผลิต กุญแจสำคัญนำเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน

ปัจจุบันเกษตรกรต้องการผลผลิตที่ดีที่สุดทั้งในด้านคุณภาพและเพิ่มปริมาณผลผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามเกษตรกรไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน ดินเสื่อมโทรม วงจรชีวิตแมลงที่สั้นลงทำให้เกิดการระบาดเร็วขึ้น และโรคพืชที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต

ซินเจนทา  รุกตลาดสารชีวภาพ  ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล

นักวิทยาศาสตร์จึงได้ศึกษาค้นคว้าวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะมาช่วยเกษตรกรเพื่อลดความสูญเสีย ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีบทบาทสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจและเข้ามาช่วยยกระดับภาคการเกษตรในการเพิ่มผลผลิตและสร้างความยั่งยืนในระยะยาวก็คือ  การใช้สารกระตุ้นทางชีวภาพ (Bio-Stimulants) ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการฟื้นฟูดิน เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ธาตุอาหาร เสริมศักยภาพการเจริญเติบโตของพืช ทำให้พืชสามารถรับมือกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงเพิ่มคุณภาพและเพิ่มปริมาณของผลผลิต

ซินเจนทา  รุกตลาดสารชีวภาพ  ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล ซินเจนทา  รุกตลาดสารชีวภาพ  ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล

เพื่อให้ภาคการเกษตรไทยมีความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ซินเจนทา และ วาลาโกร ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางชีวภาพ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสารอาหารพืชและสารบำรุงพืช ได้คิดค้นและพัฒนา “เกียพาวเวอร์ (GEA POWER)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพลิขสิทธิ์เฉพาะที่พัฒนาขึ้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพของสารกระตุ้นทางชีวภาพ โดยใช้สารสกัดจากพืชธรรมชาติ ผ่านกระบวนการคัดเลือกและสกัดสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น จีโนมิกส์ โปรตีโอมิกส์ และฟีโนมิกส์ เพื่อให้ได้โซลูชันที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดและแต่ละช่วงการเจริญเติบโต มีประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับการเกษตรของไทย

โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสารกระตุ้นทางชีวภาพของซินเจนทา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มช่วยลดความเครียดของพืช และเร่งการเจริญเติบโต โดยจะช่วยกระตุ้นให้พืชออกดอก ติดผลดีขึ้น ลดการหลุดร่วง สามารถเติบโตได้แม้ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และกลุ่มเสริมธาตุอาหารและบำรุงดินที่เสริมศักยภาพของพืช เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหาร ทำให้พืชแข็งแรง ผลผลิตได้คุณภาพ และช่วยฟื้นฟูสุขภาพของดินในระยะยาว

นายพิษณุ อภิราชกมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จํากัด กล่าวว่า "เกียพาวเวอร์ (GEA POWER) เป็นเทคโนโลยีที่ซินเจนทาพัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของพืชในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต อย่าง ‘เอ็มซี เซท’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สารกระตุ้นทางชีวภาพ ทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างตาดอก ให้ดอกและเกสรสมบูรณ์ ลดการหลุดร่วงของดอกและผล ในขณะที่ ‘เอ็มซี เอ็กซ์ตร้า’ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการปรับสมดุลในระยะการเจริญเติบโตทางลำต้น ใบ ทำให้มีผลสวยสม่ำเสมอ และเพิ่มวงรอบการเก็บเกี่ยวมากยิ่งขึ้น

ซินเจนทา  รุกตลาดสารชีวภาพ  ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล ซินเจนทา  รุกตลาดสารชีวภาพ  ส่ง เกียพาวเวอร์ ฟื้นดิน เร่งดอก ติดผล

นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลต่อการแทรกซึมกลุ่มธาตุอาหารเข้าสู่พืชได้ดียิ่งขึ้น เช่น เบรซิล มัลติ และเบรซิล แคลโบ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของพืช เพิ่มคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรไทย เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือผลผลิตที่เพิ่มขึ้น คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น คุ้มค่าในการลงทุน ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม”

“เราเชื่อว่า การเกษตรที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ หากมีการผสมผสานความรู้กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งเทคโนโลยีเกียพาวเวอร์ (GEA POWER) จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมของไทย เพราะไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มคุณภาพ เพิ่มผลผลิต แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของซินเจนทาในการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเกษตรกรรมไทยสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายพิษณุ อภิราชกมล กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตามแม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซินเจนทา ประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจกับเกษตรกรในการใช้สารกระตุ้นทางชีวภาพอย่างถูกต้อง ผ่านการจัดอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพราะความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรมีทักษะสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดความสำเร็จได้ในระยะยาว ถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง