‘มนพร’ลุยตั้ง“บริษัทลูก”การท่าเรือ ยกระดับปักหมุดคลองเตย-แหลมฉบัง

ธุรกิจท่าเรือมีส่วนสำคัญต่อการค้าของประเทศไทย และ ของโลก เพราะเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนการค้าทั่วโลก แต่สถานการณ์ธุรกิจการเดินเรือและท่าเรือ กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
รายงาน “Ports and Terminal Operations - Global Strategic Business Report” เผยแพร่โดย ResearchAndMarkets.com ระบุว่า ตลาดธุรกิจ Ports and Terminal Operations ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 73,200 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 และคาดว่าจะเติบโตถึง 132,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 โดยเติบโตที่อัตราเฉลี่ยต่อปีที่ 8.9% ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 ถึงปี 2030
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจท่าเรือเติบโตสูงในแต่ละปี คือ ปริมาณการค้าโลกที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการของผู้ใช้บริการหรือบริษัทเรือต่างๆเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้กิจการท่าเรือจำเป็นต้องขยายตัวและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าเรือ
นอกจากนี้ ปัจจัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในด้านระบบอัตโนมัติและดิจิทัลทำให้ท่าเรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถรองรับปริมาณสินค้าที่มากขึ้น ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนและการพัฒนาและสามารถเพิ่มการให้บริการเรือขนาดใหญ่
“เรื่องของความยั่งยืนและการดำเนินการตามโครงการท่าเรือสีเขียวยังเป็นแรงผลักดันการลงทุนในเทคโนโลยีและแนวทางปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
รายงานยังย้ำถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ว่าด้วย การพัฒนาด้านภูมิรัฐศาสตร์และรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนแปลงยังส่งผลต่อกิจการท่าเรือที่ต้องยกระดับอย่างมีกลยุทธ์เพื่อใช้ประโยชน์จากเส้นทางการค้าและโอกาสใหม่ๆ ที่ต้องตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก
สำหรับประเทศไทยซึ่งวางกลยุทธ์การเป็นฮับทางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาคก็กำลังขับเคลื่อนบทบาทของหน่วยงานด้านการขนส่งทางเรือที่สำคัญโดยเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การท่าเรือแห่งประเทศไทย ฉบับใหม่ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 โดยปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมาย เพิ่มเติมวัตถุประสงค์และอำนาจการดำเนินกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)พร้อมทั้งปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจของคณะกรรมการ กทท. ให้มีความเหมาะสม
นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ทั้งนี้ พ.ร.บ. การท่าเรือแห่งประเทศไทยฉบับใหม่นั้น กทท. สามารถดำเนินการกิจการต่าง ๆ ภายใต้ขอบเขตวัตถุประสงค์ของ กทท. ได้ ที่สำคัญให้ กทท. สามารถจัดตั้งบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ทั้งในและนอกราชอาณาจักร เพื่อประกอบธุรกิจกับหรือเกี่ยวเนื่องในกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาท่าเรือในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ
ดังนั้น จึงมีแนวทางที่จะให้ กทท. จัดจั้งบริษัทย่อย เพื่อต้องการให้มีการบริหารจัดการแบบเจาะจง โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีศักยภาพระดับสากล โดยการพัฒนาท่าเรือทั้ง 2 แห่ง ดังกล่าว จะทำมาซึ่งการเติบโตของผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) รวมถึงสร้างโอกาสให้กับประชาชนได้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย
นางมนพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ฉบับใหม่ ยังเพิ่มเติมให้ กทท. สามารถลงทุนหรือเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดทั้งในและนอกราชอาณาจักร เพื่อประโยชน์แก่กิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ด้วยเช่นกัน พร้อมกันนี้ กทท. สามารถทำนิติกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง มีทรัพยสิทธิ หรือเป็นการก่อตั้งสิทธิหรือกระทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์ได้
อีกทั้งกำหนดให้ กทท. มีเฉพาะอำนาจเรียกเก็บค่าภาระการใช้ท่าเรือ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการท่าเรือ และค่าภาระต่าง ๆ ภายในอาณาบริเวณ ขณะเดียวกันได้กำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยเกี่ยวกับการใช้ท่าเรือ การให้บริการและความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการท่าเรือ รวมทั้ง การจัดการเกี่ยวกับการสาธารณสุขและคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาณาบริเวณ
นอกจากนี้ กทท. สามารถออกพันธบัตรหรือตราสารเพื่อใช้ในการดำเนินการที่เป็นประโยชน์แก่กิจการของ กทท. ได้ และ สามารถเช่าหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ กทท. ตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะควบคู่ไปด้วย เนื่องจากปัจจุบันกรอบยุทธศาสตร์ของการท่าเรือฯ มีการกำหนด กลยุทธ์ในการจัดทำโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยในชุมชนคลองเตย หรือ Smart Community ที่ต้องมีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของการท่าเรือฯ จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนนี้
อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ กทท. จัดทำแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นแผนแม่บทสำหรับการดำเนินการในอนาคต โดยแสดงถึงเป้าหมายและแนวทางในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ กทท. และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบ (ร่างมาตรา 27)