วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

แล้งปี68“กรมชลประทาน”เท 5.5 พันล้าน จ้างแรงงานภาคเกษตร8.4หมื่นอัตรา

แล้งปี68“กรมชลประทาน”เท 5.5 พันล้าน   จ้างแรงงานภาคเกษตร8.4หมื่นอัตรา

อาชีพเกษตรกร หรือแรงงานภาคเกษตร กำลังจะต้องว่างงานหากสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงจนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ตามปกติ จึงเกิด “โครงการจ้างแรงงานชลประทาน”

ที่มีเป้าหมายช่วยเกษตรกรทั่วประเทศ เสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก เป็นหนึ่งมาตรการสำคัญ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่มาดำเนินการได้แก่การซ่อมแซมโครงการชลประทาน ขุดลอกคลอง และสร้างระบบส่งน้ำ

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการจ้างแรงงานตามโครงการจ้างแรงงานภาคเกษตร ปี 2568 เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ช่วยเกษตรกรทั่วประเทศ และยกระดับรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มเติมจาก รายได้ในการทำเกษตร เพิ่มเงินสดเข้าระบบเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในชุมชน และลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน

แล้งปี68“กรมชลประทาน”เท 5.5 พันล้าน   จ้างแรงงานภาคเกษตร8.4หมื่นอัตรา

ทั้งนี้ เมื่อปีงบประมาณ 2567 มีแผนจ้างแรงงานประมาณ 10,000 คน และสามารถจ้างแรงงานได้ตามเป้าหมายก่อนหมดเขตในเดือนพ.ค. 2567 ส่วนปีงบประมาณ 2568 กรมชลประทานดำเนินโครงการจ้างแรงงาน ภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา 12 เดือน (ต.ค. 2567 – ก.ย.2568) วางเป้าหมายการจ้างแรงงานจำนวน 84,716 คน/แรง วงเงินรวม 5,553.92 ล้านบาท

 ครอบคลุมการดำเนินงานสำคัญ เช่น งานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงระบบชลประทาน การพัฒนาพื้นที่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ การจัดการคุณภาพน้ำ และโครงการป้องกันภัยจากน้ำ ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค.2567 กรมชลประทานจ้างแรงงานแล้ว 14,065 คน คิดเป็น 16.60% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมวงเงินเบิกจ่ายกว่า 245.95 ล้านบาท โดยค่าเฉลี่ยรายได้ต่อแรงงานอยู่ที่ 17,487 บาท

“รัฐบาลขอเชิญชวนเกษตรกร และประชาชนทั่วไป สนใจสร้างรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร โดยปี 2568 กรมชลประทาน ยังคงดำเนินโครงการจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง หากเกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน”

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการเหล่านี้มุ่งเน้นการสร้างรายได้ทดแทนให้กับเกษตรกรและประชาชนในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำการเกษตร ผ่านการปฏิบัติงานด้านชลประทานต่าง ๆ เช่น การซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก และปรับปรุงระบบชลประทานสำหรับสำนักงานชลประทาน และ จังหวัด ที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด ได้แก่ สำนักงานชลประทานที่ 5 มีการจ้างแรงงาน 2,309 คน วงเงิน 35 ล้านบาท

จังหวัดสกลนคร มีการจ้างแรงงาน 1,200 คน วงเงิน 20.1 ล้านบาท โดยในด้านกิจกรรม งานซ่อมแซมและบำรุงรักษามีความคืบหน้ามากที่สุด โดยมีแรงงาน 6,921 คน และวงเงินจ่ายกว่า 127 ล้านบาท

การจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ มีดังนี้ คือ สำนักงานชลประทานที่ 5 จำนวน 2,309 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 35,049,870 บาท สำนักงานชลประทานที่ 6 จำนวน 2,102 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 41,573,642 บาท, สำนักงานชลประทานที่ 7 จำนวน 1,782 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 41,009,482 บาท

 จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ จังหวัดสกลนคร จำนวน 1,200 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงาน 20,112,332 บาท จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 1,126 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 20,099,264 บาท จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 966 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงาน 15,393,510 บาท

สำหรับ กิจกรรมที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ คือ งานซ่อมแชม จำนวน 6,921 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 127,270,847 บาท งานปรับปรุง จำนวน 2,294 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 39,979,688 บาท และ งานบำรุงรักษา จำนวน 1,463 คน วงเงินเบิกจ่ายในการจ้างแรงงาน 20,970,434 บาท

สำหรับหลักเกณฑ์การจ้างงานภาคเกษตรกร ปี 2568 ระยะเวลาการจ้างแรงงาน 12 เดือน ภายใต้หลักเกณฑ์ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หรือ เกษตรกรในพื้นที่ เป็นสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำ ของกรมชลประทานในพื้นพื้นที่ ประชาชน และ ผู้ใช้แรงงาน ทั่วไปในพื้นที่ หากแรงงานในพื้นที่ไม่เพียงพอ ให้พิจารณาจ้างเกษตรกร แรงงาน ในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัดและลุ่มน้ำ ลักษณะงานที่จ้าง เช่นงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริม การดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อ ชุมชน ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ

“ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการรับสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ชลประทานบริการประชาชน”

ทั้งนี้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูก ปี 2567/2568 ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2567-30 เม.ย. 2568 ภาพรวมทั้งประเทศ โดยบริหารจัดการจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก รวมทั้งสิ้น 44,250 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูล 1 พ.ย. 2567) พบว่าปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,863 ล้าน ลบ.ม. และจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้อีก 1.2 ล้านไร่ รวมแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศในปีนี้ 10.02 ล้านไร่ ซึ่งวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 29,170 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 15,080 ล้าน ลบ.ม. 

สำหรับ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย 1. เพื่ออุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 10% จากแผนฯ 2. รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 8,765 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% จากแผนฯ3. เพื่อเกษตรกรรม 16,555 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%จากแผนฯ และ 4. เพื่ออุตสาหกรรม 800 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 3% จากแผนฯ