วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯ เพิ่มวันทำการประมง หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

เกษตรฯ เพิ่มวันทำการประมง หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มวันทำการประมงพาณิชย์รอบปีการประมง 2567 สนับสนุนการประกอบอาชีพให้เกิดความมั่นคงยั่งยืน และส่งเสริมคุณภาพชีวิต กระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ก่อเกิดการจ้างงานในเรือประมงต่อเนื่องมากกว่า 18,000 คน

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในรอบปีการประมง 2567 คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ได้มีการจัดสรรวันทำการประมงให้กับกลุ่มเรือประมงพาณิชย์ที่ใช้เครื่องมือประมงประสิทธิภาพสูง 7 ชนิดเครื่องมือ ได้แก่ 1.อวนลากคู่ 2.อวนลากแผ่นตะเฆ่ 3.อวนลากคานถ่าง 4.อวนล้อมจับ 5.อวนล้อมจับปลากะตัก 6.อวนครอบปลากะตัก และ 7.อวนช้อน/ยกปลากะตัก จำนวน 4,273 ลำ (จากเรือประมงพาณิชย์ที่กรมประมงได้ออกใบอนุญาตให้ทำการประมง จำนวนทั้งสิ้น 8,954 ลำ)

เกษตรฯ เพิ่มวันทำการประมง หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

โดยฝั่งอ่าวไทยมีการควบคุมวันทำการประมงเรือประมงที่จับกลุ่มสัตว์น้ำหน้าดิน (อวนลากคู่ อวนลากแผ่นตะเฆ่ และอวนลากคานถ่าง) 245 วัน กลุ่มปลาผิวน้ำ (อวนล้อมจับ) 255 วัน และกลุ่มปลากะตัก (อวนล้อมจับปลากะตัก อวนครอบปลากะตัก และ อวนช้อน/ยกปลากะตัก) 270 วัน ส่วนในฝั่งทะเลอันดามันมีการควบคุมวันทำการประมงกลุ่มสัตว์น้ำหน้าดิน 275 วัน กลุ่มปลาผิวน้ำ 265 วัน และกลุ่มปลากะตัก 250 วัน

ทั้งนี้ กรมประมงได้ตรวจสอบปริมาณสัตว์น้ำที่มีการนำขึ้นมาใช้ประโยชน์โดยเรือประมงพาณิชย์ โดยการตรวจสอบการแจ้งเข้าออกของเรือประมงพาณิชย์ และจากข้อมูลระบบติดตามเรือประมงในปีการประมง 2567 ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ปรากฏว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีการประมง 2567 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2568 มีเรือประมงจำนวน 2,822 ลำ ที่เหลือวันทำการประมงมากกว่า 108 วัน คิดเป็นปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือ 191,663 ตัน โดยสามารถนำปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือดังกล่าว มาจัดสรรให้กับเรือประมงที่วันทำการประมงใกล้หมดลง ให้สามารถทำการประมงได้ตลอดทั้งปี จำนวน 1,451 ลำ ซึ่งต้องใช้ปริมาณสัตว์น้ำ 24,649 ตัน

ดังนั้น เพื่อเป็นการนำปริมาณสัตว์น้ำที่ได้จัดสรรแล้วมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงานในภาคการประมง พร้อมช่วยส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวประมง จากการจัดสรรวันทำประมงเพิ่มมากกว่า 1,200 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานในเรือประมงต่อเนื่องมากกว่า 18,000 คน 

กรมประมงจึงนำปริมาณสัตว์น้ำที่ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ดังกล่าวมาจัดสรรให้เรือประมงพาณิชย์ในกลุ่มเรือที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนวันทำการประมงไม่เพียงพอ จำนวน 1,451 ลำ ให้สามารถทำการประมงได้ตลอดทั้งปีการประมง 2567 (1 เมษายน 2567 – 31 มีนาคม 2568)

โดยกรมประมงจะทำการออกประกาศกรมประมง จัดสรรวันทำการประมงเพิ่มให้กับผู้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ สำหรับปีการประมง 2567 และนำข้อมูลเข้าระบบ E- License ให้ชาวประมงสามารถทำการประมง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

"ได้ดำเนินการภายใต้หลักการและข้อมูลทางวิชาการ กรมประมงขอยืนยันถึงความตั้งใจและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาโดยไม่เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของชาวประมง พร้อมเดินหน้าอย่างมุ่งมั่นเพื่อสร้างความสมดุลในการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาอาชีพของชาวประมงให้มั่นคงและยั่งยืน และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง"