background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

‘พิพัฒน์’ สั่ง 'ประกันสังคม’ ห้ามลงทุนหุ้นรายตัว หวั่นผิดพลาดขาดทุนหนัก

‘พิพัฒน์’ สั่ง 'ประกันสังคม’ ห้ามลงทุนหุ้นรายตัว หวั่นผิดพลาดขาดทุนหนัก

"พิพัฒน์"เผยให้นโยบายประกันสังคมชัดเจน ไม่ให้ลงทุนหุ้นรายตัวทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากมีความเสี่่ยงสูง เคยประสบปัญหาการขาดทุนอย่างมากในอดีต ชี้ให้ซื้อเป็นกองทุนรวม และกระจายความเสี่ยงไปที่อสังหาริมทรัพย์ ที่ดินให้ซื้อ กทม.หรือภูเก็ต ที่ราคามีแต่เพิ่ม

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้มอบนโยบายไปยังสำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับการบริหารเงินลงทุนของกองทุนประกันสังคม โดยให้พิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง และมีความเสี่ยงต่ำ โดยไม่ให้กองทุนไปลงทุนในหุ้นแบบรายตัวเหมือนในอดีต ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินของกองทุนอย่างมากเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

ทั้งนี้หากกองทุนประกันสังคมจะลงทุนในหุ้นให้พิจารณาลงทุนในกองทุนรวมที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลาย มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี

“ตอนนี้ได้มอบนโยบายไปชัดเจนแล้วว่า กองทุนประกันสังคมไม่มีนโยบายซื้อหุ้นรายตัวในตลาดหุ้นไทย และในต่างประเทศ การลงทุนในหุ้นจะเป็นการลงทุนในกองทุนเท่านั้น เพราะในอดีตไปซื้อหุ้นรายตัว แล้วขาดทุนหนักมาก เรื่องนี้เป็นมติที่บอร์ดประกันสังคมรับทราบไปในการประชุมแล้ว"นายพิพัฒน์ กล่าว 

ส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์อื่น ๆนั้นได้ให้นโยบายในการพิจารณาถึงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่นลงทุนในอสังหาริมทรัพย์บางประเภทที่เหมาะสม โดยที่ดินนั้นต้องลงทุนในพื้นที่กรุงเทพฯ และในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งราคาที่ดินมีทิศทางที่ปรับขึ้นไม่ลดลง

ทั้งนี้ที่ผ่านมา กองทุนประกันสังคม เคยประสบปัญหาเข้าไปลงทุนหุ้นบางตัวในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และท้ายที่สุดได้ประสบปัญหาขาดทุนจำนวนมาก ดังนั้น รมว.แรงงานจึงได้มีนโยบายให้ยกเลิกการลงทุนในลักษณะดังกล่าวอีก และให้กระจายความเสี่ยงในการลงทุนให้หลากหลาย เน้นเฉพาะหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งให้สำนักงานประกันสังคม รายงานข้อมูลของกองทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานะการบริหารเงินลงทุนกองทุนประกันสังคมเงินลงทุนของกองทุนประกันสังคมล่าสุด ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2567 (วันที่ 30 กันยายน 2567) สำนักงานประกันสังคม รายงานว่า ภาพรวมเงินลงทุนมีมูลค่าทั้งสิ้น 2,586,369 ล้านบาท โดยลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงเพื่อความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว 70.69% รวมทั้งพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน 29.31% ดังนี้

หลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง

พันธบัตรรัฐบาล ธปท. รัฐวิสาหกิจ ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน 1,358,411 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52.52%

หน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้อันดับความน่าเชื่อถือ 320,157 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.38%

หุ้นกู้เอกชน หรือ securitized debt ที่ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ 78,545 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.04%

เงินฝาก 71,166 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.75%

หลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง

หน่วยลงทุนตราสารทุนต่างประเทศ 335,083 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 12.96%

ตราสารทุนไทย 267,567 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10.34%

หน่วยลงทุนอสังหาฯ โครงสร้างพื้นฐาน และทองคำ 112,725 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 4.36%

หน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ 40,819 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.58%

พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน 1,896 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.07%

สำหรับปัจจุบันกองทุนมีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง 1,828,279 ล้านบาท คิดเป็น 70.69% และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง 758,090 ล้านบาท คิดเป็น 29.31% ซึ่งเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการประกันสังคมว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม พ.ศ.2559 โดยมีการกระจายการลงทุนในประเทศ 1,805,939 ล้านบาท คิดเป็น 69.83% และต่างประเทศ 780,430 ล้านบาท คิดเป็น 30.17%

อย่างไรก็ตามข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 กองทุนประกันสังคม มีผลประโยชน์จากการลงทุนที่รับรู้แล้วทั้งสิ้น 48,719 ล้านบาท ประกอบด้วย ดอกเบี้ยรับและก าไรจากการขายตราสารหนี้ 31,650 ล้านบาท และเงินปันผลรับและกำไรจากการขายตราสารทุน 17,069 ล้านบาท