ซีพีเอฟ ก้าวสู่ครัวของโลกที่ยั่งยืนด้วย Sustainovation ผสาน AI ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ หนึ่งในผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และอาหารครบวงจรระดับโลก กำลังขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Agri Tech ด้วยแนวคิด “Kitchen of the World with Sustainovation” โดยผสานนวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทานของ Feed, Farm และ Food เพื่อยกระดับธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารสู่ความยั่งยืน
นายพีรพงศ์ กรินชัย ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง ซีพีเอฟ เปิดเผยว่าจากจุดเริ่มต้นเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว เครือซีพีได้ให้คำมั่นสัญญาจะยึดถือเรื่อง “คุณภาพ” โดยได้จัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ที่มีโลโก้ “เรือบิน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทันสมัยในยุคนั้น สะท้อนถึงคุณภาพของสินค้าที่ส่งมอบให้กับผู้บริโภคผ่านการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และในปัจจุบันหนึ่งในค่านิยมของเครือซีพีคือสนับสนุนให้พนักงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนากระบวนการทำงาน และการผลิตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนทางเทคโนโลยี และนวัตกรรม
ซีพีเอฟ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล IoT และ AI รวมถึงการใช้ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเพาะปลูก ผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และการแปรรูปอาหาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอาหารให้กับผู้บริโภคของบริษัทากว่า 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารของซีพีเอฟสะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการในทุกๆ คำที่รับประทาน พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาซื้อสินค้าของผู้บริโภคยุคใหม่
โรงงานผลิตอาหารสัตว์อัจฉริยะ
ในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ของซีพีเอฟ มีการส่งเสริมการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำระบบ AI Smart Control มาควบคุมการผลิตอัตโนมัติทุกขั้นตอน มีการวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ สามารถส่งมอบสินค้าได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า การนำระบบ AI Vision & Inspection ตรวจสอบชนิด และคุณภาพแบบเรียลไทม์ โดยนำไปใช้ในโรงงานอาหารสัตว์ทั้งใน และต่างประเทศกว่า 16 โรงงาน
บริษัทฯได้สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งนวัตกรรม จุดประกายให้ทุกคนได้ร่วมคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ รวมถึงการจัดกิจกรรม Feed Innovation Week เป็นประจำทุกปี เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และพัฒนาบุคลากรให้เป็นนวัตกรอย่างยั่งยืน
ฟาร์มแห่งอนาคต
ในส่วนของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ซีพีเอฟได้พัฒนาระบบ TFMS (Total Farm Management System) สำหรับควบคุมการเลี้ยงสัตว์ในโรงเรือนอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีที่มีการจัดการระบบในฟาร์ม และสัตว์ ควบคุมสภาพแวดล้อมแบบอัตโนมัติ ปรับอุณหภูมิและความเร็วลมให้เหมาะสมกับการเติบโตตลอดช่วงอายุของสัตว์ โดยเป็นนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาขึ้นเองเพื่อทดแทนการนำเข้า โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่มากกว่า เทคโนโลยี AI ช่วยการติดตาม วิเคราะห์การเจริญเติบโต การกินอาหาร พฤติกรรม และสุขภาพของสัตว์พร้อมแสดงผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์สุขภาพสัตว์ผ่านกล้อง ช่วยลดจำนวนคนที่ต้องเข้าไปปฏิบัติงานในฟาร์ม ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากคนสู่สัตว์ หรือจากสัตว์สู่คน เป็นการยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพ
เทคโนโลยี AI เกิดจากการเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลการเลี้ยงจำนวนมาก (Big Data) ทำให้เกิดการเรียนรู้ผ่านปัญญาประดิษฐ์ ลดการสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสูงสุด ซึ่งไม่สามารถทำได้ในอดีต
โรงงานผลิตอาหารพร้อมทานอัตโนมัติ
ในขั้นตอนการแปรรูปอาหาร เทคโนโลยี AI ช่วยควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสม่ำเสมอ ทั้งยังช่วยวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอย่างแม่นยำขึ้น ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และประหยัดพลังงาน ตลอดจนยังมีระบบการผลิตอัตโนมัติหลากหลายรูปแบบ อาทิ เครื่องผลิตไก่จ๊อไร้คน เทคโนโลยีตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ สารตกค้างในผัก และเทคโนโลยีสำหรับยืดอายุอาหารสำเร็จรูปแช่เย็น รวมถึงการใช้กล้อง AI ในการตรวจสอบคุณภาพ สี รูปร่าง ขนาด รวมถึงตำหนิต่างๆ ของผลิตภัณฑ์อาหารได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งช่วยตรวจจับการปนเปื้อนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์สำหรับหยิบจับและคัดแยกสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพได้อย่างแม่นยำ
ระบบ AI ยังสามารถคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องจักรในสายการผลิต ช่วยให้โรงงานสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้ก่อนที่จะเกิดการเสียหาย ลดการหยุดชะงักของการผลิต และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม บริษัทได้พัฒนาระบบคลังสินค้าอัตโนมัติสำหรับการจัดเก็บ และโลจิสติกส์ ช่วยในการวางแผนและจัดการตั้งแต่วัตถุดิบ จนถึงการขนย้ายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ระบบ AI ยังพยากรณ์ความต้องการของตลาด ปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ซีพีเอฟได้พัฒนาหุ่นยนต์ตรวจสอบพื้นที่จุดเสี่ยง หรือมีความอันตรายทดแทนการตรวจสอบโดยบุคคล เช่น พื้นที่อับอากาศ หรือบ่อบำบัดน้ำเสีย สามารถวัดอุณหภูมิ และตรวจจับปริมาณออกซิเจน มีเทน หรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ช่วยลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้
เพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซีพีเอฟได้จัดตั้งศูนย์วิศวกรรมและนวัตกรรมประกอบด้วย ศูนย์วิศวกรรมหนองแคที่เน้นการพัฒนา และผลิตเครื่องจักร ศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมหนองจอกเป็นที่รวมของวิศวกรเพื่อทำการค้นคว้าและพัฒนาอุปกรณ์ เครื่องจักรด้านหุ่นยนต์ เทคโนโลยีดิจิทัล IoT และ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติแบบไร้คน ตลอดจนพัฒนาและยกระดับทักษะบุคลากรด้านวิศวกรรม เพื่อรองรับการเติบโต
ซีพีเอฟมุ่งมั่นในการผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียน โดยติดตั้งระบบ Centralized Monitoring System เพื่อติดตามการผลิตและใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถผลิตและใช้พลังงานหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบอาคารสำนักงานและโรงงานใหม่ตามมาตรฐานอาคารเขียว เพื่อร่วมกันประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีภาพอาคารเสมือนจริง (VR Visual Reality) ทำให้สามารถเห็นอาคารแบบ 360 องศา ช่วยให้ผู้ออกแบบปรับแก้แบบก่อสร้างได้ก่อนที่สร้างจริง
ตั้งแต่ปี 2023 ซีพีเอฟ เป็นบริษัทผลิตอาหารบริษัทแรกในโลกที่ได้รับอนุมัติทั้งเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามมาตรฐาน Forest, Land and Agriculture Guidance (FLAG) ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร จากองค์กร Science Based Target Initiatives (SBTi)
ด้วยการผสานนวัตกรรมและเทคโลยีในกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซีพีเอฟไม่เพียงตอบโจทย์การเป็นครัวของโลก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร แต่ซีพีเอฟยังใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่องค์กร Sustainovation เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน





