background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"เผ่าภูมิ" ชี้ กนง.ตัดสินใจดอกเบี้ยอย่างอิสระ เผยแลกเปลี่ยนข้อมูล ธปท.แล้ว

"เผ่าภูมิ" ชี้ กนง.ตัดสินใจดอกเบี้ยอย่างอิสระ เผยแลกเปลี่ยนข้อมูล ธปท.แล้ว

ลุ้น กนง.นัดสุดท้ายของปี 67 ลดดอกเบี้ยหรือไม่ “เผ่าภูมิ” ชี้ กนง.มีอิสระในการตัดสินใจ แต่คลังกับ ธปท.ได้มีการหารือแนวโน้ม และภาพเศรษฐกิจไทยที่เห็นตรงกันแล้ว ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกร คาด กนง.คงดอกเบี้ย ก่อนปีหน้าลดอีก 2 ครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ (18 ธ.ค.67) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมนัดสุดท้ายของปี โดยจะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่าจะลดลงหรือไม่จากในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 0.25%

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับประเด็นการประชุม กนง.ในวันนี้ว่าการประชุม กนง.นั้นเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ถือว่ามีความอิสระในการพิจารณา แต่ได้มีการหารือกันเรื่อยๆ ระหว่างกระทรวงการคลัง กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ทางเศรษฐกิจ

 

“ภาพต่างๆ นั้นก็มีการเห็นภาพของเศรษฐกิจไทยไปในทิศทางเดียวกัน มีมุมมองที่ค่อนข้างที่จะตรงกัน” นายเผ่าภูมิ กล่าว

สำหรับแนวโน้มการประชุม กนง.วันนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25% มติไม่เป็นเอกฉันท์ หลังจากในการประชุมเดือนต.ค. ที่ผ่านมา กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยที่ 0.25% ไปแล้ว ซึ่ง กนง. มองว่าการปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่เป็นกลาง และสอดคล้องกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพการเงิน

ดังนั้น เนื่องจากภาพความเสี่ยงต่างๆ ในปัจจุบันไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมเท่าใดนัก ประกอบกับทิศทางเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2567 คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ ส่งผลให้ กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับเดิมในการประชุม กนง. วันที่ 18 ธ.ค.67 ที่จะถึงนี้  
ขณะที่ ในปี 2568 มีความเป็นไปได้ที่ กนง. อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกราว 2 ครั้ง เนื่องจากความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปีหน้ามีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความเป็นไปได้ที่สหรัฐ อาจปรับขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศต่างๆ รวมถึงไทย ประกอบกับแนวโน้มที่สินค้าไทยอาจเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเข้ามาตีตลาดของสินค้าจีนซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อไปยังผู้ประกอบการของไทย ขณะที่ ทิศทางเงินเฟ้อในปี 2025 ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำกว่าเป้าหมายของ กนง. ที่ 1-3% อย่างไรก็ดี ทิศทางนโยบายการเงินของ กนง. ในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะจังหวะ และขนาดในการปรับลดดอกเบี้ยยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยคงขึ้นอยู่กับข้อมูลด้านเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพทางการเงินที่ออกมาระหว่างทางเป็นสำคัญ

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์