วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ส่องภาพรวม 30 ปี การลงทุนในกัมพูชา ประเทศเศรษฐกิจเติบโตสูงสุดในอาเซียน

ส่องภาพรวม 30 ปี การลงทุนในกัมพูชา ประเทศเศรษฐกิจเติบโตสูงสุดในอาเซียน

เว็ปไซต์จาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) พนมเปญ ประเทศกัมพูชา รายงานถึงสถานการณ์ การลงทุนในประเทศกัมพูชา ว่า  สภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา (the Council for the development of Cambodia : CDC) รายงานว่า ในเดือนต.ค. 2567 ได้อนุมัติโครงการลงทุนใหม่และโครงการขยายการผลิตรวม 31 โครงการ แบ่งเป็น โครงการลงทุนใหม่ 30 โครงการ และโครงการขยายการผลิต 1 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 226 ล้านดอลลาร์ สร้างงานได้ถึง 16,000 ตำแหน่ง

โครงการที่ได้รับการอนุมัตินี้ ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น โรงงานรองเท้า เสื้อผ้า ของตกแต่งและของใช้ในบ้าน อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง เครื่องดื่ม กระเป๋า สินแร่ อุตสาหกรรมเกษตร ส่วนประกอบรถยนต์ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

นักลงทุนจีน ถือครองส่วนแบ่งมากที่สุด คิดเป็น 53.39% ของการลงทุนทั้งหมด ตามด้วยนักลงทุนภายในประเทศซึ่งมีสัดส่วน 29.47% และที่เหลือเป็น นักลงทุนสิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ โดย การลงทุนกว่า 93% อยู่ในภาคอุตสาหกรรม และประมาณ 6% อยู่ในภาคเกษตรกรรม

ขณะที่เดือนก.ย. 2567 ที่ผ่านมา CDC ได้อนุมัติโครงการลงทุนใหม่ 26 โครงการ และโครงการขยายการผลิต 2 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 443 ล้านดอลลาร์ และสร้างงานได้ประมาณ 25,000 ตำแหน่ง โดย 28 โครงการเหล่านี้ มี 22 โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) และ อีก 6 โครงการอยู่นอก SEZ

สำหรับภาพรวมการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนของ CDC นับตั้งแต่ปี 2537 – 2567 (เฉพาะ 9 เดือนแรกของปี 2567) มีจำนวน 4,569 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 48,730 ล้านดอลลาร์ นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร โดยไทยมีมูลค่าการลงทุนเป็นลำดับที่ 9

สคต.กรุงพนมเปญ ให้ความเห็นว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กัมพูชา ถือเป็นประเทศมีการเติบโดของเศรษฐกิจที่สูงในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากมีค่าแรงงานที่ต่ำ ประเทศมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง และสิทธิพิเศษด้านภาษีในการใช้เป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มสิ่งทอและสินค้าที่เกี่ยวกับข้องกับการเดินทาง โดยคาดว่าในอนาคตการลงทุนในกลุ่มนี้จะยังคงมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้กัมพูชาจะพยายามส่งเสริมอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ภาคการเกษตร ขึ้นมาแทนบ้างแล้วก็ตาม

“กัมพูชา” ไม่เพียงแต่เป็นฐานผลิตและส่งออกสิ่งทอสู่ตลาดโลก แต่ยังเป็นฐานผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตร เครื่องดื่ม และทรัพยากรแร่บางชนิด เนื่องจากประเทศยังที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ แร่ธาตุ และพื้นที่เกษตรกรรม และยังมีข้อตกลงการค้าเสรีทั้งทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศอื่นๆ เช่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ RCEP ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้

จาก นโยบายสหรัฐอเมริกา หรือ ทรัมป์ 2.0 ที่จะใช้มาตรการตอบโต้ทางภาษีที่ชัดเจนกับจีน จึงคาดว่าในระยะสั้น ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตสินค้าบางประเภทออกจากจีนมายังภูมิภาครวมถึงกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกัมพูชาถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของจีนมาโดยตลอด ในระยะกลางและยาว จึงอาจมีความเสี่ยงจากการมาตรการอื่นๆ ที่สหรัฐฯ จะออกมากีดกันทางการค้าเพิ่มเติมได้เช่นกัน ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนที่จะลงทุนในกัมพูชาเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก จึงควรติดตามสถานการณ์ทางการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการพิจารณาการลงทุน