วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

’คลังสัญจร‘ อัดสินเชื่อ 9.4 หมื่นล้านบาท ฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่น้ำท่วม

’คลังสัญจร‘ อัดสินเชื่อ 9.4 หมื่นล้านบาท ฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่น้ำท่วม

“คลัง” คิกออฟมาตรการการเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 67 วงเงินกว่า 9.4 หมื่นล้าน จัด “คลังสัญจร“ ลงพื้นที อ.แม่สาย จ.เชียงราย “ปรับ ฟื้น คืนสุข เมืองล้านนา” จ่อชงขยายวงเงินซอฟต์โลนเพิ่ม 5 หมื่นล้าน ช่วยพื่นที่น้ำท่วมภาคใต้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจของประชาชนเป็นอย่างมาก 

ทั้งนี้ เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน กระทรวงการคลังจึงร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 8 แห่ง ได้แก่

  1. ธนาคารออมสิน
  2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
  3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  4. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
  5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)
  6. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
  7. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
  8. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 

โดยร่วมกันออกมาตรการด้านการเงินเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวัน ประกอบอาชีพ และประกอบธุรกิจต่อไปได้

“โดยสถาบันการเงินแต่ละแห่งได้ออกมาตรการมาช่วยเหลือลูกหนี้ในลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามกลุ่มเป้าหมาย ทั้งมาตรการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ย รวมไปถึงมาตรการสินเชื่อซอฟต์โลนซึ่งทำให้ดอกเบี้ยต่ำลง 3-4%”

นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังยังได้จัดสรรวงเงิน 50,000 ล้านบาท จาก โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up ของธนาคารออมสิน เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำหรับมาฟื้นฟูกิจการ เพื่อประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจได้ต่อไปภายหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2567 

โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการเสริมสภาพคล่อง สำหรับผู้ประสบอุทกภัย ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย รวมทั้ง บสย. ยังได้จัดทำโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ฟื้นฟู No One Left Behind วงเงินค้ำประกัน 1,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอีกด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนเพิ่มเติมอีก 50,000 ล้านบาท หากมีการขอเต็มวงเงินแล้ว

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วม อย่างเร่งด่วนในตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เป็นจำนวนมากกว่า 740,000 ราย รวมยอดหนี้มากกว่า 94,000 ล้านบาท 

ขณะเดียวกัน มาตรการการดำเนินมาตรการด้านการเงินในระยะต่อไปจะเป็นการเน้นการเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการฟื้นฟูและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ประชาชนสามารถกลับมามีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยกระทรวงการคลังจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงทีและเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป