วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ภาคประชาชน' ยื่น 1.5 หมื่นชื่อหนุน 'กิตติรัตน์' นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ

กลุ่มเครือข่ายประชาสังคมเพื่อการกู้ยืมที่เป็นธรรม ยื่น 1.5 หมื่นรายชื่อหนุน กิตติรัตน์ นั่งประธานบอร์ด พาฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ  ธปท. “สมคิด” รับหนังสือส่งต่อ ธปท.คาดได้ข้อสรุปเลือกวันนี้ ยันรัฐบาลรับฟังความเห็นทั้งฝ่ายหนุนฝ่ายค้าน

วันนี้ (11 พ.ย.67)  เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อการกู้ยืมที่เป็นธรรมนำโดย นายวิฑูร ลี้ธีระนานนท์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือสนับสนุนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นผู้รับหนังสือ

นายวิฑูร กล่าวว่า ตนเองเป็นตัวแทนของกลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อการกู้ยืมที่เป็นธรรม ได้นำรายชื่อของประชาชนที่มีการลงชื่อกว่า 15,000 ราย มาเสนอให้กับคณะกรรมการคัดเลือกประธาน และกรรมการ ธปท.ผ่านทางรัฐบาลโดยขอสนับสนุนนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมองว่านายกิตติรัตน์ เป็นผู้มีความเหมาะสมทั้งคุณสมบัติ ประสบการณ์ และความรู้ ความสามารถ เป็นที่ประจักษ์

และคาดหวังว่าการเข้ามาทำหน้าที่ของนายกิตติรัตน์ นั้น นายกิตติรัตน์จะเข้ามาปรับปรุง และยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินของ ธปท. ให้ตอบโจทย์ประชาชน และเกิดการกู้ยืมที่เป็นธรรมมากขึ้น กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“เครือข่ายเชื่อมั่น และไว้วางใจการทำหน้าที่ของนายกิตติรัตน์ จึงรวมตัวเป็นเสียงบริสุทธิ์ ที่ออกมาสนับสนุนให้ได้ทำงาน พาบ้านเมือง และชีวิตประชาชนผ่านวิกฤติครั้งนี้”นายวิฑูร กล่าว

ส่วนประเด็นที่มีการคัดค้านว่าเป็นการเข้าไปแทรกแซงจากการเมืองนั้น นายวิฑูรย์ กล่าวว่า นายกิตติรัตน์ ไม่ได้มีการดำรงตำแหน่งทางการเมืองมามากกว่า 1 ปีแล้ว  

ด้าน นายสมคิด กล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายคัดค้านการนั่งประธานบอร์ด ธปท.ของนายกิตติรัตน์ ซึ่งเดิมทั้งสองฝ่ายจะเข้ามายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ล่าสุดกลุ่มคัดค้านนายกิตติรัตน์ได้เดินทางไปยื่นหนังสือเองที่ ธปท.แล้วในช่วงเช้าของวันนี้

ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังทั้งสองฝ่ายทั้งที่สนับสนุน และคัดค้าน เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่าย โดยในวันนี้ได้สอบถามจากผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นได้รับคำยืนยันว่าจะดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จในวันนี้ โดยเรื่องนี้มีการยืดเยื้อมา 2-3 เดือนแล้ว ซึ่งตนเองจะนำเอาหนังสือ และรายชื่อส่งต่อให้กับ ธปท.ต่อไป

'ภาคประชาชน' ยื่น 1.5 หมื่นชื่อหนุน 'กิตติรัตน์' นั่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ

“รัฐบาลไม่ได้ไปบอกว่าเขาจะทำอย่างไร แต่จะรับเรื่องทั้งสองฝั่งไว้ ในรายละเอียดการคัดเลือกนั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ส่วนที่ว่ารัฐบาลนั้นมีแนวความคิดอย่างไร นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่จะมีผู้ชุมนุมมานั้นรัฐบาลจะเตรียมการอย่างไร นายสมคิดก็บอกว่าเรื่องนี้คงไม่ต้องเตรียมอะไร หากมีการชุมนุมก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา เรารับฟังทุกเสียง และก็จะมีการพูดคุยเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหนังสือสนับสนุนนายกิตติรัตน์ ที่กลุ่มเครือข่ายภาคประชาสังคมส่งถึงคณะกรรมการคัดเลือกนั้นมีสาระสำคัญ ได้แก่ การสนับสนุน นายกิตติรัตน์ ณ ระนองให้เข้าดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการ ธปท.เพื่อปรับปรุง และยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินของ ธปท.ให้ตอบโจทย์ประชาชน และเกิดการกู้ยืมที่เป็นธรรมมากขึ้น

โดยเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อการกู้ยืมที่เป็นธรรม ซึ่งประกอบด้วยประชาชนจำนวน 15,000 ราย จากทั่วประเทศดังที่ปรากฏรายชื่อในเอกสารแนบ สนับสนุนการสมัครเข้า ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ ธปท. ของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ด้วยเล็งเห็นว่าท่านเป็นผู้มีความรู้ และความสามารถ คุณสมบัติเพียบพร้อม มีความติดดิน มีผลงานการช่วยเหลือประชาชน และสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ในหลายด้านทั้งด้านตลาดทุนตลาดหลักทรัพย์ การเงินการคลัง การกีฬา การเกษตร และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน

ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ ธปท. ปรับปรุงการกำกับดูแลระบบสถาบันการเงินไทยให้ดี และเหมาะสมขึ้น ไม่ใช่สถาบันการเงินจะมุ่งเน้นแต่การสร้างผลกำไร แต่จำเป็นต้องให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนด้วยความรับผิดชอบ และเป็นธรรมมากขึ้น ถ้าพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าแนวปฏิบัติในหลายเรื่องจำเป็นต้องปรับปรุงให้เหมาะสม โดยส่วนที่สำคัญ

มีดังต่อไปนี้

(1) การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในภาพรวมให้ลดลง ผ่านมาตั้งแต่ปี 2563 ที่เกิดวิกฤติโควิด ถ้าพิจารณาสถาบันการเงิน 10 แห่งมีกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องปี 2563 - 66 กำไร 1.32 1.75  1.92 และ 2.26 แสนล้านบาท และ 9 เดือนของปี 2567 กำไร 1.9 แสนล้านบาท ทั้งปี 2567คาดว่ากำไรจะสูงกว่าในปี 2566 ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกำไรจากดอกเบี้ย ดังนั้นในภาวะที่หนี้ครัวเรือนของประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศยังฟื้นตัวไม่ได้ดีนัก สถาบันการเงินสามารถที่จะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่ลดภาระของประชาชน ซึ่งทำได้ในหลายจุด

อาทิ หนี้ข้าราชการที่เจ้าหนี้ใช้สิทธิหักเงินเดือน (payroll credit) ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ทยอยปรับลดดอกเบี้ยลง เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ทหารอากาศ 22 จาก 27 แห่งได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงจาก 6.25% ต่อปีเหลือ 4.75% ต่อปี สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า 10 แห่งอัตราดอกเบี้ยก็ต่ำกว่า 4.75% ต่อปี ตามที่รัฐบาล และกรมส่งเสริมสหกรณ์ชี้เป้าว่าเหมาะสม สอดคล้องความเสี่ยง แต่อย่างไรก็ดี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เจ้าหนี้สถาบันการเงินคิดกับข้าราชการแทบยังไม่ปรับลด และยังอยู่สูงเกินความเสี่ยงมาก ในบรรดาที่ใช้สิทธิหักเงินเดือน สินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดคือ สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ ที่ MRR+5.5 = 7.45+5.5.5 = 12.945% ต่อปี

ประชาชนอีกกลุ่มใหญ่ที่ควรจะได้รับดอกเบี้ยที่ถูกลงคือ ประชาชนที่ประวัติการชำระหนี้ดีต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของดอกเบี้ยในประเทศไทยที่ผู้มีประวัติการชำระหนี้ดีไม่ได้รางวัลอะไรจากการเป็นคนดีมีวินัย ในเรื่องนี้ ธปท. สามารถดำเนินการเช่นเดียวกับในต่างประเทศที่ Regulator จะกำหนดให้เจ้าหนี้ต้อง quote อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับผู้ที่มีประวัติชำระหนี้ดีต่อเนื่อง 12 หรือ 24 เดือนเป็นต้น มาตรการนี้จะทำให้ประชาชนได้รับดอกเบี้ยที่ถูกลงสอดคล้องกับความเสี่ยง (risk based pricing) ปัจจุบันเจ้าหนี้มักจะกำหนดให้ลูกหนี้ส่วนใหญ่ทั้งที่มีประวัติดี และไม่ดีให้ได้รับดอกเบี้ยเท่ากันที่อัตราเพดานสูงสุดของแต่ละประเภทสินเชื่อ

(2) การคิดดอกเบี้ยกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ค่างวดตามสัญญา แบ่งเป็น 2 กรณี

(2.1) การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (กรณีที่ไม่แจ้งเจ้าหนี้) เรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2563 ธปท. ได้แก้ไขเกณฑ์ว่าด้วยฐานที่ใช้คำนวณที่ให้คำนวณจากเงินต้นในค่างวดที่ผิดนัดชำระหนี้เท่านั้น เดิมเจ้าหนี้จะใช้เงินต้นคงค้างทั้งหมดมาคำนวณแม้จะผิดนัดงวดเดียว นอกจากนั้นยังได้แก้ไขการกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่เจ้าหนี้จะปรับเพิ่มจากอัตราปกติไม่เกิน 3% ต่อปี การแก้ไขเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลต่อเนื่องทำให้ในปี 2564 มีการแก้ไข ปพพ ม. 224/1ข้อจำกัดของการแก้ไขครั้งนั้นคือ จะใช้บังคับกับเฉพาะรายใหม่ที่เกิดหลังเกณฑ์มีผลใช้บังคับเท่านั้น กรณีที่เกิดก่อนหน้าปี 2563 ยังเดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในชั้นบังคับคดี

จึงขอเรียนมา เพื่อแสดงพลังสนับสนุน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ให้เข้าดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการ ธปท. เพื่อปรับปรุง และยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินของธปท.ให้ตอบโจทย์ประชาชน และเกิดการกู้ยืมที่เป็นธรรมมากขึ้น

ขอแสดงความนับถือ

เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อการกู้ยืมที่เป็นธรรม

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์