background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

ทย.จ่อเลิกสัญญาผู้รับเหมาทิ้งงาน เร่งสร้าง 'เทอร์มินัลใหม่สนามบินตรัง'

ทย.จ่อเลิกสัญญาผู้รับเหมาทิ้งงาน เร่งสร้าง 'เทอร์มินัลใหม่สนามบินตรัง'

“กรมท่าอากาศยาน” เร่งหาผู้รับเหมาใหม่ สานต่องานก่อสร้าง “อาคารผู้โดยสารหลังใหม่สนามบินตรัง” 1.2 พันล้าน หลังผู้รับเหมาทิ้งงาน เหตุขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง ด้าน “มนพร” จี้แล้วเสร็จเปิดบริการภายในปี 2568 รองรับไฮซีซั่น

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการขยายขีดความสามารถ ท่าอากาศยานตรัง โดยระบุว่า ที่ผ่านมา ทย.ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ท่าอากาศยานตรัง แต่พบว่าประสบปัญหาผู้รับจ้างไม่เข้าทำงาน และไม่มีบุคลากรประจำที่หน่วยงาน เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง จึงทำให้การเปิดให้บริการช้ากว่าแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ ทย.ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยที่ผ่านมาดำเนินการหลังจากสิ้นสุดกำหนดระยะเวลาตามสัญญา วันที่ 22 เม.ย. 2567 ได้ส่งหนังสือถึงผู้รับจ้าง ประกอบด้วย หนังสือแจ้งเรียกค่าปรับกรณีผิดสัญญาจ้าง หนังสือเร่งรัดให้ส่งงาน 2 งวดที่เหลือ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ งานทดสอบทุกระบบ ไฟถนน และงานคงเหลือทั้งหมด และหนังสือแจ้งสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญาจ้าง

อีกทั้งได้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจรับ ผู้ควบคุมงาน ผู้รับจ้าง (ครั้งที่ 1) เพื่อติดตามเร่งรัดงานผู้รับจ้างรับทราบการสงวนสิทธิ์บอกเลิกสัญญา และยังประสงค์จะดำเนินการสร้างต่อ ต่อมาได้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจรับผู้ควบคุมงาน ผู้รับจ้าง (ครั้งที่ 2) แจ้งให้ผู้รับจ้างเร่งเข้าทำงาน ผู้รับจ้างยืนยันจะมีบุคลากรเข้างานภายในวันที่ 5 ต.ค.2567

หลังจากนั้นมีการประชุมคณะกรรมการตรวจรับ ผู้ควบคุมงาน ผู้รับจ้าง (ครั้งที่ 3) เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้า จึงแจ้งให้ผู้รับจ้างเร่งรัดเข้าทำงานอีกครั้ง มิฉะนั้นจะบอกเลิกสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างแจ้งอยู่ระหว่างเจรจาหาแหล่งเงินทุนในวันที่ 16 ต.ค.2567 เพื่อดำเนินการต่อ จนกระทั่งวันที่ 30 ต.ค.2567 ในการประชุมคณะกรรมการตรวจรับ ผู้ควบคุมงาน รายงานว่ายังไม่มีการเข้าทำงาน

ทั้งนี้ คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรบอกเลิกสัญญาจ้างเพื่อให้ผู้รับจ้างรายใหม่ดำเนินการต่อ ขณะนี้ ทย. อยู่ระหว่างเสนอยกเลิกสัญญาจ้างตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการหาผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จและเปิดใช้งาน

นายดนัย กล่าวเสริมว่า เมื่ออาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ท่าอากาศยานตรังเปิดให้บริการจะสามารถรองรับผู้โดยสาร 1,200 คนต่อชั่วโมง หรือ 3.4 ล้านคนต่อปี ความยาวทางวิ่ง 45 x 2,100 เมตร ลานจอดอากาศยานสามารถรองรับอากาศยานแบบ B737/A320 ได้พร้อมกัน 14 ลำ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ลานจอดรถยนต์กลางแจ้งสามารถรองรับรถยนต์ได้ 1,000 คัน

รวมไปถึงสะพานเทียบเครื่องบิน จำนวน 2 ชุด ลิฟต์โดยสารจำนวน 11 ชุด และบันไดเลื่อนจำจวน 6 ชุด คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2568 นี้ ส่วนโครงการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งพร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน จากเดิม 45 x 2,100 เมตร เป็น 45 x 2,990 เมตร ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ ก.ย.2567 คืบหน้า 35.97% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ม.ค. 2569

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ท่าอากาศยานตรัง มีมูลค่าโครงการราว 1.2 พันล้านบาท โดยปัจจุบันผู้รับเหมาได้ก่อสร้างงานเสร็จ พร้อมส่งงวดงานและเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 98% แต่กลับมีการทิ้งงานในงวดสุดท้าย จนผ่านกำหนดเวลาส่งมอบงานตามสัญญาจ้างมานานกว่า 6 เดือน และส่งผลทำให้อาคารผู้โดยสารมีสภาพชำรุดทรุดโทรม

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตนสั่งการให้ ทย. เร่งดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ท่าอากาศยานตรังให้แล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการประชาชนภายในสิ้นปี 2568 เพื่อรองรับการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดตรัง พร้อมกำชับให้เตรียมความพร้อมให้บริการในทุกด้าน ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก มาตรการรักษาความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภายในท่าอากาศยานให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบ

นอกจากนี้ยังสั่งการให้ ทย. เร่งประสานงานสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เข้ามาทดสอบระบบต่างๆ ให้มีความพร้อมใช้งาน ในส่วนของผู้โดยสารระหว่างประเทศให้เตรียมความพร้อมรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศในอนาคต โดยให้เตรียมความพร้อมด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร ด่านกักกันพื้นที่โรคและสัตว์ รวมถึงด่านตรวจสุขภาพของบุคคลทั่วไป

นางมนพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังเร่งรัดให้ ทย. ดำเนินโครงการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งพร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน จากเดิม 45 x 2,100 เมตร เป็น 45 x 2,990 เมตร โดยคาดว่าการต่อเติมความยาวทางวิ่งของสนามบินจะสามารถช่วยแก้ปัญหาตั๋วเครื่องบินราคาแพงได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีความต้องการในการเดินทางสูง และสายการบินมีจำนวนเที่ยวบินที่จำกัด การต่อเติมความยาวทางวิ่งทำให้สายการบินสามารถใช้เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มความจุผู้โดยสาร และลดความแออัดของเที่ยวบินได้