วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘คลัง’ ไม่ห่วงไทยเสี่ยงถูกหั่นเครดิตเรตติ้ง มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง

‘คลัง’ ไม่ห่วงไทยเสี่ยงถูกหั่นเครดิตเรตติ้ง มั่นใจเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่อง

กระทรวงการคลัง ไม่ห่วงไทยเสี่ยงถูกหั่นเครดิตเรตติ้ง มั่นใจเศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่อเนื่อง จากสถิติเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศปี 67 ทำลายสถิติ 10 ปี 

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ตอบคำถามกรณีที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกลดเครดิตเรตติ้ง จากปัจจุบันที่ระดับ BBB+ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ ซึ่งความเสี่ยงของเครดิตเรตติ้งก็ขึ้นอยู่กับข้อสมมติฐานทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลได้พยายามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ได้สะท้อนจากตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2567 ที่ทำลายสถิติ 10 ปี และหากรวมตัวเลขขอรับส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปี 2565-2567 จะมีเม็ดเงินมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าต่างประเทศยังสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอยู่ และเม็ดเงินเหล่านี้จะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นผลให้เศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เร่งสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานตามมา มาตรการสนับสนุนการบริโภค รวมถึงอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องการจัดตั้งกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนสำคัญอย่าง

รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งค้างมาตั้งแต่ปี 2561 โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่จำเป็นเพราะจะช่วยทำให้เศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเติบโตได้เป็นอย่างดี เป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศ เพราะมีเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 2 แสนล้านบาท

"ความเสี่ยงของเครดิตเรตติ้งขึ้นอยู่กับข้อสมมติฐาน ถ้าเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำกว่า 3% ไปเรื่อยๆ มันก็จะมีผลไปถึงเรื่องหนี้ครัวเรือน หนี้เอสเอ็มอีที่จะแก้ไขยาก เพราะเรื่องเหล่านี้ต้องพึ่งพาการเติบโตทางเศรษฐกิจจริงๆ" นายพิชัย กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของหนี้สาธารณะรัฐบาลต้องการทำให้สมดุลให้ได้ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นก็ต้องทำให้การขาดดุลสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ เมื่อการขาดดุลของประเทศเป็นแบบนี้ การแก้ปัญหาก็ไม่สามารถทำได้แค่ 1-2 ปี เพราะเราอาจจะไหวตัวช้าไปนิด ก็ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ก็ต้องยอมรับสภาพ แต่หลังจากนี้ก็ต้องช่วยกันแก้ไขต่อไป 

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการ คือ การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการลงทุนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่เศรษฐกิจไทยจะค่อยๆ เติบโตไปอย่างต่อเนื่อง การจะมาพูดว่าเศรษฐกิจโตที่ 2% กว่า แล้วอยู่ๆ เติบโตแบบก้าวกระโดดไปที่ 4% คงเป็นไปไม่ได้ เรื่องของตัวเลขการเติบโตต่างๆ ต้องมีที่มาที่ไปที่ชี้แจงได้อย่างชัดเจนด้วย 

นายพิชัย กล่าวต่อว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะไม่ได้พิจารณาแค่ข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นเรื่องความแน่นอน และความชัดเจนทางการเมืองที่จะถูกหยิบยกขึ้นไปพิจารณาด้วย ดังนั้น หากรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดก็สามารถทำหน้าที่บริหารประเทศได้ต่อเนื่องน่าจะเป็นปัจจัยที่ดีกว่า 

"ส่วนตัวหวังว่าที่ผ่านมาประเทศไทยน่าจะได้เรียนรู้อะไรมาหลายอย่างแล้ว และคิดว่าน่าจะถึงจุดที่ประเทศไทยจะต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้แล้ว เวลาผมทำงาน ผมก็กังวลทุกเรื่อง เมื่อคิดดูแล้วไม่เห็นว่าประเทศไทย จะมีอะไรด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านเลย อาจจะมีแค่เรื่องเดียวคือ ความชัดเจนของการลงทุนใหม่ หากทำตรงนี้ได้จะตอบได้ว่าในระยะต่อไปการลงทุนจะมาแน่ แต่เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น สะท้อนจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ก็กำไรดี และจะได้เห็นอย่างอื่นดีตามมาในไตรมาส 4/67" นายพิชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากไม่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนนอกประเทศ ทิศทางเงินเฟ้อไม่ขึ้น หลายประเทศยังต้องการลดอัตราดอกเบี้ย สิ่งที่จะตามมาก็คือ ตลาดทุนจะมีความตื่นตัว ทุกอย่างจะเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งไทยถือเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่เราก็หวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก

นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน. ขอชี้แจง และยืนยันว่า ยังไม่มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ อีกทั้งพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศมีความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพ

โดยข้อเท็จจริงจากการเผยแพร่รายงานการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่จัดทำโดย บริษัท S&P Global (S&P) และบริษัท Moody’s Investors Service (Moody’s) ที่มีการเผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2566  และวันที่ 11 เม.ย.2567  ตามลำดับ ซึ่งเป็นรายงานบทวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความเป็นปัจจุบันมากกว่าที่ศูนย์วิจัยฯ ภาคเอกชนดังกล่าวนำมาอ้างอิง 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์