background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘ชัชชาติ’ นัดหารือ ‘คีรี’ ครั้งแรก เคลียร์หนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้า 1.1 หมื่นล้าน

‘ชัชชาติ’ นัดหารือ ‘คีรี’ ครั้งแรก เคลียร์หนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้า 1.1 หมื่นล้าน

“ชัชชาติ” นัด “คีรี” เคลียร์หนี้ค่าจ้าง BTS เดินรถซ่อมบำรุงไฟฟ้าสายสีเขียวก้อนแรก 1.1 หมื่นล้าน หลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้จ่าย หลังจากต้องแบกภาระดอกเบี้ยวันละ 7 ล้านบาท

หลังจากศาลปกครองสูงสุดพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2567 ยืนตามศาลปกครองชั้นต้น โดยสั่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จ่ายหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง (O&M) ส่วนต่อขยาย “รถไฟฟ้าสายสีเขียว” 11,700 ล้านบาท ภายใน 180 วัน ให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS

เป็นครั้งแรกที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นัดหารือกับนายคีรี กาญจนพาสน์ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าให้กับ BTS ในวันที่ 1 ต.ค.2567 เวลา 11.00 น.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าว กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หลังจากมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดออกมาแล้ว กรุงเทพมหานคร ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับ BTS

รวมทั้งมีการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุด เกี่ยวกับการชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้า โดยกรุงเทพมหานครและบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ต้องการให้มีการรื้อคดีขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้ หากท้ายที่สุดมีการชี้ว่าสัญญาจ้างผิดจริงนั้น บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด และกรุงเทพมหานครอาจยื่นขอรื้อฟื้นคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับการจ้างงานเดินรถ O&M เพื่อให้เข้าสู่กระบวการศาลปกครองพิจารณา

แหล่งข่าว กล่าวว่า การสอบถามของกรุงเทพมหานคร พุ่งไปที่ประเด็นสัญญาจ้างงานดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เพราะสัญญาบางส่วนไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานคร รวมทั้งสัญญาบางส่วนถูกร้องต่อคณะกรรมการป้องกันปละปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่รับพิจารณาไว้แล้ว

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร และบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ได้กำหนดแนวทางไว้แล้วว่าถ้าสัญญาไม่ขัดกฎหมายก็พร้อมที่จะดำเนินการชำระค่าจ้างงาน O&M ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินไว้

สำหรับหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงที่กรุงเทพมหานครและบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ต้องชำระแบ่งเป็น 4 ส่วน รวมหนี้ถึงวันที่ 25 ก.ค.2567 มีวงเงินถึง 39,402 ล้านบาทประกอบด้วย

1.หนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายที่ 1 ตั้งแต่เดือน พ.ค.2562 ถึง พ.ค.2564 และส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่เดือน เม.ย.2560 ถึง พ.ค.2564

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ชำระ 11,755 ล้านบาท ภายใน 180 วันพร้อมดอกเบี้ยสําหรับลูกค้า รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) บวก 1% ต่อปี รวมแล้วประมาณ 14,000 ล้านบาท

2.หนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2ตั้งแต่เดือน มิ.ย.2564 ถึง ต.ค.2565วงเงิน 11,811 ล้านบาท โดยBTS ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางวันที่ 22 พ.ย.2565

และอยู่ขั้นตอนพิจารณาของศาลปกครองกลาง โดยถ้ามีคำพิพากษาในทิศทางเดียวกับคดีแรกจะทำให้กรุงเทพมหานคร และบริษัทกรุงเทพธนาคาร จำกัด ต้องชำระอัตราดอกเบี้ยอัตราเดียวกัน

3.หนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่เดือนพ.ย.2565 ถึง มิ.ย.2567 วงเงิน13,513 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย ซึ่งผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้ายังไม่ได้ยื่นฟ้องตอศาลปกครองกลาง

4.หนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่เดือนมิ.ย.2567 ถึงปัจจุบัน โดยสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายจะสิ้นสุดปี 2585