วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“พิชัย นริพทะพันธุ์  “แถลงนโยบายพาณิชย์ 10 ข้อ ขอแบงค์ชาติดูแลเงินบาท

“พิชัย นริพทะพันธุ์  “แถลงนโยบายพาณิชย์ 10 ข้อ  ขอแบงค์ชาติดูแลเงินบาท

“พิชัย นริพทะพันธุ์  “แถลงนโยบายพาณิชย์ 10 ข้อ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ดันส่งออก  เร่งเจรจาเอฟทีเอ พานักธุรกิจไทยเปิดตลาดต่างประเทศ อัดแบงค์ชาติเมินแก้บาทแข็ง เตรียมนัดถกแบงค์ชาติ สัปดาห์หน้า  ชง 3 ข้อเสนอ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายการทำงานกระทรวงพาณิชย์ ว่า นโยบายที่มอบหมายจะสานต่อนโยบายเดิมของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  โดยมีจำนวน 10  ข้อ ซึ่งจะมี  3 ข้อใหม่ในจำนวน  10 ข้อ ประกอบด้วย

1.ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้​ ขยายโอกาส

2.บริหารให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้บริโภคผู้ประกอบการ

3.ทำงานเชิงรุกพาณิชย์จังหวัดและทูตพาณิชย์ให้เกิดประสิทธิภาพ

4.ปรับปรุงกฎหมายล้าสมัยล้าสมัย  รองรับการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

5.การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานราก

6.การผลักดันการส่งออก จากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าปีนี้จะขยายตัว1-2%

7.ผลักดันการใช้ประโยชย์จากความตกลงการค้าเสรีหรือFTA

8.การพาธุรกิจไทยบุกต่างประเทศ

9.ปรับโครงสร้างส่งออกให้ทันสมัย

10.ส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตสินค้ารักสิ่งแวดล้อม

“ด้วยศักยภาพของข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีความรู้ ความสามารถ จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายที่กำหนดไปสู่ความสำเร็จได้ และยังมั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์จะช่วยนำพาการค้า การลงทุนของประเทศให้ก้าวหน้าได้ต่อไป และนอกจากนโยบายที่ผมให้ไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน จากนี้ไป ใครมีไอเดียดี ๆ มีวิธีคิดดี ๆ ผมเปิดโอกาสให้เข้ามาพูดคุย ห้องผมเปิดตลอด อยากมาก็มาได้”นายพิชัยกล่าว

“พิชัย นริพทะพันธุ์  “แถลงนโยบายพาณิชย์ 10 ข้อ  ขอแบงค์ชาติดูแลเงินบาท

นายพิชัย กล่าวว่า  การเร่งปรับโครงสร้างการส่งออกเป็นเรื่องสำคัญที่เพราะสินค้าส่งออกของไทยในปัจจุบันล้าสมัยไปแล้ว จะรอกินบุญเก่าต่อไปไม่ได้แล้ว จะต้องเร่งสร้างธุรกิจและสินค้าส่งออกใหม่ในอุตสาหกรรมเอสเคิร์ฟที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมPCB ที่คาดว่าในอนาคตจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้ราว1 ล้านล้านบาท  หากมีการลงทุนก็จะมีธุรกิจต่อเนื่องเกิดขึ้น ทำให้เกิดสินค้าส่งออกในกลุ่มใหม่ๆผ่าธุรกิจเอสเคิร์ฟ เช่น สมาร์ทีวี สมาร์ทโฟน  ซึ่งเป็นสินค้าเทคโนโลยีที่สร้างรายได้ส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งก่อให้เกิดการจ้างงาน  และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานคนไทย

ส่วนมาตรการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสนั้น รัฐบาลจะหามาตรการลดต้นทุน  เช่น การพักหนี้เกษตรกรเพื่อปลดภาระจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงในปัจจุบัน การดูแลหนี้ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก   ตนอยากเห็นธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดดอกเบี้ย และดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งเกินไปด้วย เพื่อลดรายจ่ายในภาพรวม และดูแลผู้ส่งออก

 

“ผมขอเน้นว่าขณะนี้ค่าเงินบาทที่ 33 บาทต่อดอลลาร์  ในขณะนี้แข็งเกินไป เดือนเดียวขึ้นมา5-6%   ผู้ส่งออกตายแน่ๆ อัตราที่33 บาทต่อดอลลาร์ แบงก์ชาติกรุณาเร่งแก้ไขด้วย เพราะจะกระทบส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีอัตรากำไรน้อยอยู่แล้ว  ผมไม่ได้เป็นคู่แค้นกับแบงก์ชาติ แต่ที่ผ่านมาค่าเงินประเทศคู่แข่งอ่อนแต่ของเราไม่อ่อน ผมว่ามันไม่ถูกต้อง ผมยังงงว่าผู้ว่าแบงก์ชาติออกมาพูดในเชิงว่าประเทศไทยไม่ต้องไปมุ่งเน้นจีดีพีมาก ผมไม่รู้ท่านเรียนจบจากที่ไหนมา เพราะเป็นความคิดที่ผิด เพราะจีดีพีคือรายได้ของประเทศหากไม่มีรายได้จะเอาเงินที่ไหนมากระจายให้ประชาชน ผู้ว่าแบงก์ชาติพูดเหมือนคนไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร มันเป็นวิธีคิดที่ผิดปกติ จะทำนโยบายแค่ให้คนมีความสุขมันไม่ได้ เพราะถ้าคน ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้เพิ่มคนจะมีความสุขได้อย่างไร ยิ่งมีภาระหนี้เยอะยิ่งต้องแก้ปัญหาหนี้ ซึ่งเร็วๆ นี้ผมจะนัดหารือกับผู้ว่าแบงก์ชาติ เพื่อทำความเข้าใจ

นอกจากนี้ จีดีพีของไทยที่เพิ่มขึ้นปีละ1.9% รายได้ส่วนใหญ่ตก อยู่ในมือเศรษฐี  ทำให้หนี้ครัวเรือนยังพุ่งขึ้นไม่หยุด  อยากเรียกร้องให้แบงก์ชาติเสียสละ เร่งปรับลดดอกเบี้ยลง ดูแลเงินบาท ไม่ให้แข็งค่าเกินไป  และต้องเพิ่มสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี ให้มากขึ้น   แบงก์ชาติต้องไม่ทำหน้าที่แค่การกำกับดูแล แต่ ต้องช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตด้วย  เพราะนโยบายการเงินสำคัญกว่านโยบายการคลังด้วยซ้ำ  เราคงไม่อยากเห็นไทยเป็นเหมือนอเมริกาใต้ที่คนจนลง ไม่มีเงินต้องออกมาจี้ปล้น ดังนั้น การทำให้ทุกคนอยู่ได้อย่างมีความสุขเป็นสิ่งที่จำเป็น