องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประกาศให้แมลงเป็น “อาหารทางเลือกใหม่” หรือ “อาหารสำหรับประชากรในอนาคต” ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้บริโภคแมลงอยู่แล้วกว่า 2,000 ล้านคน มีแมลงมากถึง 1,900 สายพันธุ์ที่ถูกบันทึกว่ามีการบริโภค เช่น แมลงปีกแข็ง ตัวบุ้ง ด้วง ผึ้ง ตัวต่อ มด ตั๊กแตน จิ้งหรีด จักจั่น แมลงปอ ปลวก เพลี้ยหอย เพลี้ยเกล็ดและเพลี้ยกระโดด เป็นต้น
สินค้าจากแมลงจึงเป็นอาหารแนวใหม่ที่เป็นเทรนด์สำคัญของโลกโดยเฉพาะสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความกังวลในเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร สินค้า”แมลง”จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการบริโภคแหล่งโปรตีนทดแทนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โดยตลาดแมลงทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 400 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าในปี 2570 มูลค่าการตลาดของอาหารโปรตีนจากแมลงจะสูงถึง 2,067.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแนวโน้มการบริโภคแมลงเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ
ล่าสุดสำนักงานอาหารสิงคโปร์ (Singapore Food Agency : SFA) ได้อนุมัติแมลงเพื่อการบริโภค 16 ชนิด โดยข้อมูลจากเว็ปไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสิงคโปร์ รายงาน ว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2567 สำนักงานอาหารสิงคโปร์ (Singapore Food Agency : SFA) ได้อนุมัติแมลงเพื่อการบริโภค 16 ชนิด ซึ่งประกอบไปด้วยจิ้งหรีด ตั๊กแตน ตั๊กแตนหนวดสั้น (Locusts) หนอนใยอาหาร และหนอนไหมหลายชนิด หลังจากที่ในปี 2565 SFA ได้เริ่มการปรึกษาหารือสาธารณะเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการอนุญาตให้บริโภคแมลง 16 สายพันธุ์ และในเดือนเม.ย. 2566 SFA ระบุว่า จะอนุมัติแมลงเพื่อการบริโภคในช่วงครึ่งปีหลัง 2566 และกำหนดเวลาดังกล่าวได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567
สำนักงานอาหารสิงคโปร์ ระบุว่า ในส่วนของข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอาหารและการติดฉลากว่า ผู้ที่ประสงค์จะนำเข้าหรือทำฟาร์มแมลงเพื่อการบริโภคของมนุษย์หรืออาหารสัตว์จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ซึ่งรวมถึงการจัดทำเอกสารหลักฐานว่าแมลงที่นำเข้านั้นมาจากสถานประกอบการที่ได้รับการควบคุมความปลอดภัยของอาหาร และไม่ได้จับในป่า สำหรับแมลงที่ไม่อยู่ในรายชื่อ 16 รายการของ SFA นั้นจะต้องได้รับการประเมินเพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยสำหรับการบริโภค ทั้งนี้ บริษัทที่ขายอาหารบรรจุหีบห่อที่มีแมลงจะต้องติดฉลากบรรจุภัณฑ์ให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวหรือไม่
ในปัจจุบันบริษัทผลิตอาหารจากแมลงบางแห่ง เช่น บริษัท Future Protein Solutions ในสิงคโปร์ และบริษัท Asia Insect Farm Solutions ได้ตัดสินใจเลิกกิจการ เนื่องจากการอนุมัติที่กินเวลายาวนานส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในขณะเดียวกัน หลายๆ บริษัท เช่น บริษัท Altimate Nutrition และร้านอาหาร House of Seafood หวังว่าจะได้ดำเนินการเสนอผลิตภัณฑ์แมลงสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ และหลายๆบริษัทได้ทดลองตลาดโดยการนำแมลงมาใส่ในอาหารเพื่อการบริโภค เช่น การนำแมลงผงมาเป็นส่วนผสมในโปรตีนอัดแท่ง
ทั้งนี้สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสิงคโปร์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีข้อแนะนำสำหรับผู้ส่งออกไทย ว่า องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติได้จัดว่าแมลงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าเนื้อสัตว์ เนื่องจากมีปริมาณโปรตีนสูงและปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเมื่อเทียบกันการทำฟาร์มปศุสัตว์ การอนุมัติการบริโภคแมลงครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในช่องทางการเสริมความมั่นคงทางอาหารให้กับสิงคโปร์มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลสิงคโปร์ได้พยายามมองหาแหล่งโปรตีนทางเลือกที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนมากขึ้น
“ไทยมีศักยภาพในการส่งออกแมลง ทั้งในการเป็นฟาร์มผลิตและผู้ส่งออกแมลง และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแมลงต่างๆ การอนุมัตินำเข้าแมลงเพื่อการบริโภคของ SFA ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดมายังสิงคโปร์ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการที่สนใจตลาดสิงคโปร์ควรศึกษาวิธีการข้อกำหนดด้านกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าอาหารของสิงคโปร์ ความปลอดภัยในกระบวนการผลิตและ การแปรรูป เพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐานและติดตามสถานการณ์แนวโน้มตลาดของสินค้าดังกล่าว เพื่อแสวงหาโอกาสในการขยายตลาดต่อไป”
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ประเทศไทยสามารถผลิตแมลงเศรษฐกิจได้มากกว่า 7,000 ตันปี และมีฟาร์มเลี้ยงมากกว่า 20,000 ฟาร์ม โดยเฉพาะฟาร์มจิ้งหรีด





