background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'มนพร' สั่งเตรียมพร้อมปั้น 'ท่าเรือระนอง' สร้างเส้นทางการค้าใหม่

'มนพร' สั่งเตรียมพร้อมปั้น 'ท่าเรือระนอง' สร้างเส้นทางการค้าใหม่

“มนพร” ปลุกการขนส่งเรือตู้คอนเทนเนอร์ผ่าน “ท่าเรือระนอง” รับอานิสงค์ขนส่งสินค้าจากเมียนมา เผยสัญญาณบวกหลังมีตู้สินค้าระลอกแรกเข้าไทยแล้ว คาดเติบโตขึ้นต่อเนื่อง มอบ กทท. เตรียมความพร้อมในทุกมิติ รองรับเมกะโปรเจกต์ “แลนบริดจ์” หวังสร้างเส้นทางการค้าใหม่

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามในเมียนมา ส่งผลให้การค้าชายแดนไทย-เมียนมาหยุดชะงัก ทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ช่องทางการค้าทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้าชั่วคราว โดยเปลี่ยนจากการขนส่งทางรถบรรทุกทางด่านแม่สอด หันมาใช้การขนส่งเส้นทางท่าเรือระนองโดยเรือบาร์จ (Barge) ทั้งนี้ จึงได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ไปดำเนินการจัดเตรียมความพร้อมของท่าเทียบเรือระนอง และสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการขนส่งสินค้า ทั้งเครื่องมือทุ่นแรง พื้นที่ลานวางตู้สินค้า แรงงานยกขน เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าจากเมียนมามายังท่าเรือระนอง

สำหรับการขนส่งสินค้าจากเมียนมามายังท่าเรือระนอง ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเปิดเส้นทางการค้าชายแดนทางทะเลฝั่งใต้อีกครั้ง โดยการขนส่งผ่านท่าเรือระนองนี้ จะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุนโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลพยายามที่จะผลักดันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) อย่างยั่งยืน และเพื่อเชื่อมต่อกับการขนส่งและคมนาคมของโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่จะสร้างมูลค่ามหาศาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย

'มนพร' สั่งเตรียมพร้อมปั้น 'ท่าเรือระนอง' สร้างเส้นทางการค้าใหม่

นางมนพร กล่าวต่อว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ที่จะเชื่อมกับ EEC เพื่อพัฒนาการขนส่งอย่างไร้รอยต่อทั้งทางถนน ราง และน้ำ ส่วนในภาคประชาชนจะช่วยยกระดับผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาพืชสัตว์เศรษฐกิจ การพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรในชุมชนพื้นที่ภาคใต้ คาดช่วยเพิ่ม GDP ภาคใต้ได้จาก 2% เป็น 10% ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวการดึงเอกชนเข้ามาลงทุน

โดยเฉพาะเกิดการตั้งโรงงานเป็นฐานการผลิตเกิดเป็นนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ จะทำให้เกิดการจ้างงานประชาชนของ 2 จังหวัด คือ ระนอง และชุมพร ซึ่งชุมชนและประชาชนจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ และทำให้เศรษฐกิจของภาคใต้มีศักยภาพและเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางทะเลและศูนย์กลางการกระจายสินค้าแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต

'มนพร' สั่งเตรียมพร้อมปั้น 'ท่าเรือระนอง' สร้างเส้นทางการค้าใหม่

ด้านนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า ท่าเรือระนองได้รับเรือตู้สินค้าระลอกแรกจาก เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 และวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 คือ MCL-4 และ BEYPORE SULTAN เส้นทางย่างกุ้ง-เกาะสอง-ระนอง โดยเรือลำแรก MCL - 4 สินค้าขาเข้าจากท่าเรือย่างกุ้ง บรรทุกตู้สินค้าเข้ามาจำนวน 39 ตู้ และเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 มีสินค้าขาออกบรรทุกตู้สินค้าจากไทย 56 ตู้

ส่วนเรือ BEYPORE SULTAN สินค้าขาเข้าจากท่าเรือย่างกุ้งบรรทุกตู้สินค้าเข้ามาจำนวน 56 ตู้ และมีสินค้าขาออก จำนวน 35 ตู้ ซึ่งสินค้านำเข้าทั้ง 2 เที่ยวเรือ เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้านส่งออกเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าและวัสดุก่อสร้าง และหลังจากนี้คาดว่า จะมีเรือสินค้าเข้าเทียบท่าอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะขนส่งสินค้าประเภทตู้สินค้า ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค เรือสนับสนุนแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ (Offshore Supply) รวมถึงผลิตภัณฑ์โลหะที่จะนำกลับมารีไซเคิล

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันท่าเรือระนองมีท่าเทียบเรือทั้งหมด 2 ท่า ได้แก่ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ซึ่งมีขนาดความกว้าง 26 เมตร ยาว 134 เมตร รองรับเรือสินค้าได้ไม่เกิน 500 ตันกรอส จอดเรือเทียบท่าพร้อมกันได้ 2 ลำ และท่าเทียบเรือตู้สินค้าขนาดกว้าง 30 เมตร ยาว 150 เมตร รองรับเรือสินค้าได้ไม่เกิน 12,000 เดดเวทตัน จอดเรือเทียบท่าได้ครั้งละ 1 ลำ

'มนพร' สั่งเตรียมพร้อมปั้น 'ท่าเรือระนอง' สร้างเส้นทางการค้าใหม่

อีกทั้งยังมีพื้นที่ฝากเก็บสินค้า ประกอบด้วย โรงพักสินค้า ขนาดพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ลานวางสินค้าทั่วไปขนาดพื้นที่ 7,200 ตารางเมตร และลานวางตู้สินค้าขนาดพื้นที่ 11,000 ตารางเมตร ทั้งนี้ ท่าเรือระนองพร้อมพัฒนาศักยภาพ เพื่อรองรับตู้สินค้าในอนาคตเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป