background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ชงครม.คลอด 'งบฯกลางปี 67' 1.2 แสนล้าน ดันขาดดุลพุ่ง เดินหน้าแจก 'เงินดิจิทัล'

ชงครม.คลอด 'งบฯกลางปี 67' 1.2 แสนล้าน ดันขาดดุลพุ่ง เดินหน้าแจก 'เงินดิจิทัล'

ชง ครม.วันนี้ ออกพ.ร.บ. งบฯกลางปี 67 สำนักงบฯชงปฏิทินงบกลางปี 67 เพิ่ม 1.22 แสนล้านบาท เดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต สำนักงบฯชี้เป็นกรอบที่จะทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเศรษฐกิจ ยันดำเนินตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง สศช.คาดดิจิทัลวอลเล็ตกระตุ้นจีดีพีปีนี้ 0.25%

นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นประธาน วันพรุ่งนี้ (21 พ.ค.) สำนักงบประมาณจะเสนอแนวทางการจัดทำงบประมาณและปฏิทินรายจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมปี 2567 โดยกรอบการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม (งบฯกลางปี) 2567 เข้าสู่ที่ประชุมครม.โดยมีวงเงินประมาณ 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ทั้งนี้กรอบที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในครั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานเศรษฐกิจทำงานร่วมกันในการออก พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม ทั้งนี้ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย และกรอบวินัยการเงินการคลังทุกประการ

ผ่านมาได้หารือร่วมกันกับกระทรวงการคลังแล้ว โดยคำนึงถึงข้อจำกัดของงบประมาณปี 2567 ที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการออกมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปี 2567 แต่ด้วยระยะเวลาในการใช้จ่ายงบประมาณมีไม่มาก ขณะที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว 
ดังนั้นหากสำนักงบประมาณเลือกแนวทางการออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ปี 2567 อาจทำให้ทุกหน่วยงานหยุดชะงักลงการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวลงได้ อีกประเด็นสำคัญคือ การออกพ.ร.บ.โอนงบประมาณ จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ในที่ประชุมจังเห็นตรงกันว่า เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณสามารถเดินต่อแบบไม่มีการสะดุด จึงสมควรให้จัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ปี 2567 ในโอกาสแรกก่อน

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าเพื่อให้รัฐบาลมีความพร้อมเรื่องของการทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่จะเริ่มใช้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จึงต้องมีความพร้อมในการเตรียมพร้อมเรื่องของแหล่งเงินในการจัดทำโครงการวงเงิน 5 แสนล้านบาทซึ่งต้องใช้แหล่งเงิน 3 แหล่งงบประมาณคือ 1.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วงเงิน 152,700 ล้านบาท

2.ใช้เงินจากมาตรา 28 ของธ.ก.ส. วงเงิน 172,300 ล้านบาท  และ 3.บริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วงเงิน 175,000 ล้านบาท

ทั้งนี้การตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเนื่องจากหลังจากที่งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ประกาศใช้แล้ว หน่วยงานต่างๆได้มีการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณและเบิกจ่ายงบประมาณไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นรัฐบาลจึงไม่สามารถเข้าไปบริหารจัดการงบประมาณหรือตัดงบประมาณในส่วนนี้ได้

ขณะที่งบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ต้องมีการกันไว้สำหรับรายจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนในช่วงที่เหลือของปีนี้ ดังนั้นรัฐบาลจึงเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (งบฯกลางปี) วงเงินประมาณ 1.22 แสนล้านบาทเพื่อนำมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตบางส่วนซึ่งการดำเนินการแบบนี้ทำให้ไม่กระทบกับงบประมาณของหน่วยงานอื่นๆ  

ทั้งนี้ในการจัดทำงบฯกลางปีนั้นรัฐบาลจะต้องจัดทำเป็น พ.ร.บ.รายจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา 1 ฉบับกำหนดวงเงินงบประมาณที่จะมีการจัดทำเพิ่มเติม วัตถุประสงค์ของการจัดทำงบประมาณ และภายหลังจากที่ ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมแล้วจะต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ให้รัฐสภาเห็นชอบตามขั้นตอนเหมือนการจัดทำงบประมาณซึ่งหากสภาฯเห็นชอบก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากสภาฯไม่เห็นชอบร่างกฎหมายนี้ก็ตกไป

แหล่งข่าวกล่าวว่าการตั้งงบฯกลางปีโดยทั่วไปรัฐบาลจะตั้งในปีที่รัฐบาลมีการจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย เช่นในปี 2562 รัฐบาลเคยออพ.ร.บ.งบกลางฯปีเนื่องจากในปีนั้นรัฐบาลมีการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4 G ซึ่งรายได้ที่ได้เพิ่มมาทำให้รัฐบาลออก พ.ร.บ.งบฯกลางปีเพื่อนำเม็ดเงินที่ได้ในครั้งนั้นมากระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม

ในปัจจุบันจะต้องจับตาว่าการตั้งงบฯกลางปีของรัฐบาล 1.22 แสนล้านบาทนี้จะต้องมีการตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2567 มากน้อยแค่ไหนเนื่องจากที่ผ่านมาการจัดเก็บรายได้ของกระทรวงการคลังยังคงจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย

โดยการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2567 (ตุลาคม 2566 - มกราคม2567) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 824,115 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8,836 ล้านบาท หรือ 1.1%

“ที่ผ่านมาในการจัดทำงบประมาณก็ยังมีช่องว่างที่ยังตั้งงบประมาณขาดดุลได้อยู่จากที่เดิมกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณไว้ที่    3,480,000 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณขาดดุล จำนวน 693,000 ล้านบาท หากรัฐบาลตั้งงบฯกลางปีเพิ่มก็จะต้องมีการปรับปรุงการขาดดุลงบประมาณเพิ่มในช่วงปลายปีงบประมาณจากเดิมที่ตั้งการขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณนี้ 6.93 แสนล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการตามนี้และ พ.ร.บ.งบประมาณรายก็จะทำให้งบฯปี 2567 เพิ่มขึ้นมาเป็น 3,602,000 ล้านบาท” แหล่งข่าวระบุ

สศช.คาดดิจิทัลวอลเล็ตดันจีดีพีปีนี้ 0.25% 

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า นโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ของรัฐบาล หากสามารถทำได้ตามเป้าหมายคือในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 เชื่อว่าจะมีส่วนผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวได้เพิ่มเติมอีกประมาณ 0.25% จากประมาณการของ สศช.ที่คาดว่า ทั้งปีเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2-3% หรือเฉลี่ย 2.5%

"ตัวเลขที่สศช. ประมาณการในปี 2567 นี้ ยังไม่ได้รวมผลของโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ต เข้าไป แต่เมื่อดูไทม์ไลน์ว่าจะเริ่มต้นไตรมาสที่ 4 และจะมีผลไป 6 เดือน คาดว่า เงินที่จะออก คือเงินใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง อาจจะไม่ได้ใช้จ่ายในไตรมาสที่ 4 ทีเดียวทั้ง 5 แสนล้านบาทก็ได้ เพราะเมื่อดูเป็นช่วง ๆ หากไตรมาส 4 มีมาตรการนี้ออกมาก็น่าจะมีส่วนเสริมกับเศรษฐกิจไทยประมาณ 0.25%" นายดนุชา กล่าว