'จุลพันธ์' ยัน 'เซเว่น' เข้าเกณฑ์ร้านสะดวกซื้อ ไฟเขียวใช้จ่ายได้รอบแรก

'จุลพันธ์' ยัน 'เซเว่น' เข้าเกณฑ์ร้านสะดวกซื้อ ไฟเขียวใช้จ่ายได้รอบแรก

"จุลพันธ์" เผย "เซเว่น-อีเลฟเว่น" เข้าเกณฑ์ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าขนาดเล็ก ใช้จ่ายได้ในรอบแรก บังคับหมุมเงินสองรอบจึงถอนเงินสดได้ ยันใช้เงิน ธ.ก.ส. 1.72 แสนล้าน เป็นไปตามกฎหมาย นโยบายกึ่งการคลังตามอำนาจของรัฐบาล มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงเป้า

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  ขณะนี้ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เข้าเกณฑ์ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งก็อยู่ที่อำนาจของกระทรวงพาณิชย์ในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าหลายหน่วยงานตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อทุนใหญ่  

อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ยกเหตุผลว่า "ร้านสะดวกซื้อ" มีสิทธิเข้าร่วม ซึ่งรัฐไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ว่าจะให้ร้านโชห่วยในชุมชนที่อัปเกรดเป็นร้านสะดวกซื้อตามชุมชน รวมถึงร้านที่เป็นแฟรนไชน์ หากจะตัดสิทธิกลุ่มนี้ทั้งหมดก็ลำบาก และต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยนิยมเข้าร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าอุปโภคบริโภคสอดคล้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคและการผลิต 

โดยตั้งเกณฑ์ให้ต้องมีการหมุนเวียนเงินในระบบอย่างน้อย 2 รอบจึงจะขึ้นเป็นเงินสดได้ สำหรับประชาชนที่ไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ร้านก็จะต้องนำเงินไปซื้อของต่อกับผู้ผลิตต่อเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบ ซึ่งร้านที่สามารถจะขึ้นเงินได้ก็จะต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น

"สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิดิจิทัลวอลเล็ตแล้วจะต้องใช้ครั้งแรกภายใน 6 เดือน ถ้าไม่ใช้จะตัดคืนภาครัฐ  และกำหนดร้านค้าถอนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 ปี โดยไม่มีการกำหนดยอดการใช้ขั้นต่ำ"
 

ยันไม่ได้กู้เงิน ธ.ก.ส.

กรณีที่รัฐบาลใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินคลัง พ.ศ. 2561 วงเงิน 172,300 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตนั้น กระบวนการดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง คณะกรรมการกฤษฎีกา และทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเล็ต (10 เม.ย.2567) ให้ความเห็นชอบในอำนาจหน้าที่ของธ.ก.ส. และไม่ได้มีประเด็นห่วงกังวลอะไร 

"ส่วนข้อสังเกตต่างๆ น่าจะเป็นความคิดเห็นของผู้ที่เป็นห่วง หรือไม่อยากให้มีโครงการนี้ก็ได้ ก็อาจจะมีความคิดเห็นแตกต่าง ซึ่งเราก็รับฟัง แต่อ่านกฎหมายฉบับเดียวกัน แปลคนละอย่างก็แปลกดี
ส่วนใหญ่ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าเป็นการกู้เงิน ธ.ก.ส. เหมือนเป็นผู้ไม่มีความรู้ด้านและกลไกงบประมาณ การดำเนินการผ่าน ธ.ก.ส. เป็นการดำเนินนโยบายกึ่งการคลังเป็นอำนาจของรัฐบาลอยู่แล้ว" 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องจะทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าขั้นตอนดังกล่าวมีความเหมาะสมและจำเป็นหรือไม่ และยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อไทม์ไลน์ของดิจิทัลวอลเล็ต โดยเตรียมเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนเม.ย.นี้ 

รัฐดำเนินนโยบายกึ่งการคลังตามอำนาจ

ในขณะนี้ส่วนราชการที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเองก็ไม่ได้เป็นกังวล ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินโครงการผ่านหน่วยของรัฐ สถานบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) เป็นการดำเนินนโยบายกึ่งการคลัง ให้ดำเนินการไปก่อนโดยใช้เงินในสัดส่วนที่บริหารจัดการได้ ไม่เป็นภาระ โดยมีการตั้งงบประมาณคืนในปีถัดมา ซึ่งไม่ได้ระบุว่าจะต้องคืนให้กับโครงการใดก่อน อย่างกรณี ยืม ธ.ก.ส.จำนวน 1.7 แสนล้าน แล้วตั้งงบคืนปีละ 8 หมื่นล้าน 3 ปีก็ใช้หมดแล้ว แต่เมื่อตั้งงบใช้คืน ก็ขึ้นอยู่ที่การบริหารจัดการภาระงบประมาณว่าจะเลือกคืนให้โครงการไหนก่อน 

ทั้งนี้ เงินที่รัฐบาลจะต้องตั้งคืนให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ดำเนินการตามนโยบายกึ่งการคลังที่ั้เป็นไปตามกรอบของวิธีการงบประมาณอยู่แล้ว 

ปัจจุบันกรอบการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณตามมาตรา 28 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ยังอยู่ในกรอบ 32% ของวงเงินงบประมาณ โดยยังไม่มีแผนว่าจะขยายเพิ่ม ทั้งนี้เมื่องบประมาณในปีถัดไปมีผลบังคับใช้ก็จะทำให้ขยายฐานงบประมาณเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันเรื่องที่ต้องทำคือเร่งการทำงานของ 2 คณะอนุกรรมการ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน ให้เร่งกำหนดกรอบรายละเอียดโครงการ เตรียมแผนรับมือช่องทางที่อาจเกิดการรั่วไหล 

และคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการฯ ที่มีผมเป็นประธาน จะต้องเร่งรัดการพัฒนาแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินโครงการ

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า การเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตนั้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระชากให้เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะซึมยาวมาโดยตลอด ได้หันหัวขึ้น ซึ่งโครงการนี้เป็นเพียงหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่จะเข้ามากระตุ้น และยังมีมาตรการอื่นๆ อีก ทั้งมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ดึงดูดการลงทุน กระตุ้นการท่องเที่ยวซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งนโยบายเหล่านี้ต้องดูแบบเป็นองค์รวม จะดูแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ได้ เมื่อประกอบเข้าด้วยกันจึงเป็นปัจจัยที่เพียงพอในการสร้างแรงขับให้ระบบเศรษฐกิจเติบโตต่อไปข้างหน้าได้

โว "ดิจิทัลวอลเล็ต" นวัตกรรมการคลังใหม่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความมั่นใจเพียงใดว่าโครงการจะประสบความสำเร็จ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ผมมั่นใจสูง ด้วยระบบของดิจิทัลวอลเล็ตที่สามารถกำหนดการใช้งานได้ แตกต่างจากการแจกเงินแบบ Helicopter Money หรือโปรยเงินสู่มือประชาชน ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีมานานแล้วและประเทศไทยก็เคยทำ ซึ่งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับนึง แต่มีข้อสงสัยว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลกระทบทางเศรษฐกิจมากเพียงใด เกิดผลคูณทางเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่าหรือไม่ 

ขณะที่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตมีการใช้กลไกบล็อกเชน จึงเชื่อว่าจะสามารถให้คำตอบเกี่ยวผลลัพธ์ของมาตรการได้ 

"ถ้าดิจิทัลวอลเล็ตทำสำเร็จ จะเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับโลกในเรื่องการผลิตนโยบายทางการคลัง แม้จะทำยากแต่ก็จำเป็นต้องทำ วันนี้ประเทศไทยต้องการนวัตกรรมทางการเงินและการคลังใหม่ๆ เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในอดีตเองก็มีคนตั้งข้อสงสัยเรื่อง นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค หรือกองทุนหมู่บ้าน แต่นโยบายเหล่านี้ก็ประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงเชื่อว่าดิจิทัลวอลเล็ตจะเป็นอีกนโยบายหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย และเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการกำหนดนโยบายการคลังอย่างตรงเป้า"