background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'พีระพันธุ์' วัดใจ 'เศรษฐา' ปล่อยกองทุนน้ำมันติดลบ 'แสนล้าน'

'พีระพันธุ์' วัดใจ 'เศรษฐา' ปล่อยกองทุนน้ำมันติดลบ 'แสนล้าน'

"พีระพันธุ์" วัดใจ "เศรษฐา" ปล่อยกองทุนน้ำมันติดลบ "แสนล้าน" เตรียมเสนอ ครม. หาแนวทางช่วยเหลือ หากไร้งบจากรัฐบาล อาจปรับแบบขั้นบันไดเริ่มเม.ย. 67 ที่ 32 บาท/ลิตร วอนประชาชนเข้าใจ 

จากกรณีที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกยังคงผันผวน รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการลดภาษีน้ำมันมันดีเซลผ่านการเห็นชอบของกระทรวงการคลัง เพื่อชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 4.17 บาทต่อลิตร คิดเป็นจำนวนเงินที่กองทุนฯ ต้องจ่ายประมาณ 8,700 ล้านบาทต่อเดือน 

ส่งผลให้ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 24 มีนาคม 2567 ติดลบ 98,220 ล้านบาทแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 51,136 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG ติดลบ 47,084 ล้านบาท

นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567  ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้หารือถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประกาศอัตราชดเชย 

ซึ่งที่ประชุม กบน. เห็นชอบให้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซลเพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศเกิน 30 บาท/ลิตรได้ตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 เป็นต้นไป โดยการดำเนินการปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ในกลุ่มน้ำมันดีเซล กบน. จะพิจารณาถึงข้อมูลต่างๆ ตามความเหมาะสมของช่วงเวลา เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและการบริหารจัดการของผู้ค้าน้ำมันมากจนเกินไป ทั้งนี้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน 31 มี.ค.– 1 เม.ย. 2567 ยังไม่มีการดำเนินการอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2566 มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -31 มี.ค. 2567 ซึ่งกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังร่วมกันบริหารจัดการราคาขายปลีก โดยใช้กลไกของภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกยังคงตัวอยู่ระดับสูง 104.03 ดอลลาร์/บาร์เรล (เฉลี่ยวันที่ 1 – 20 มี.ค.67)

อย่างไรก็ตาม กบน. จึงเห็นควรมีการพิจารณาปรับอัตราเงินกองทุนฯ ประเภทน้ำมันดีเซล เพื่อให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลภายในประเทศสอดคล้องกับราคาตลาดโลกมากขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 เป็นต้นไป โดยจะนำข้อมูลต่างๆ ที่มีผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมาพิจารณาร่วมกับแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2563 – 2567 ทุกครั้งที่มีการปรับอัตราเงินกองทุนฯ ในประเภทน้ำมันดีเซล 

"การดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นการช่วยให้สภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวดีขึ้น เพื่อสามารถใช้กองทุนฯ เป็นเครื่องมือรองรับกับสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะดำเนินการประสานกับกระทรวงการคลังเพื่อหารือในเรื่องอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไป"

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทตั้งแต่เดือนก.ย. 2566 ทำให้กองทุนฯ เป็นหนี้ใกล้ 1 แสนบาทแล้ว ทั้งนี้ เพื่อมิให้กองทุนฯ มีภาระหนี้มากเกินไป และเป็นการรักษาสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของกองทุนฯ กระทรวงพลังงานจะนำเรื่องเข้าหารือใน ครม. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ประชาชนไปพร้อมกับการลดภาระหนี้ของกองทุนฯ 

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีงบประมาณจากส่วนอื่นเข้ามาช่วย เช่น งบกลาง หรือ การลดอัตราภาษีสรรพสามิต เบื้องต้นคาดว่ากองทุนฯ จะต้องปรับลดอัตราการชดเชยราคาน้ำมันลง 1-2 บาทต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น แต่เพื่อมิให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป จึงจะมีการปรับลดการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลแบบขั้นบันได 

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า คงต้องดูว่าที่ประชุมครม.วันที่ 2 เม.ย. 2567 นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะช่วยได้แค่ไหน หากคิดคร่าว ๆ คือช่วยหาเงินอุดหนุนจากงบกลาง 1 บาทต่อลิตร และลดภาษีลง 1 บาท กองทุนก็จะควักราว 2 บาทกว่า หรือประมาณเดือนละ 6,000 ล้านบาท ซึ่งก็คงแบกรับได้ไม่กี่วันก็จะถึงแสนล้านบาทแล้ว