background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘เศรษฐา’ ดึง ’กสิกร’ ร่วมทีมโรดโชว์ ดึงลงทุนเข้าไทย ช่วยหนุน ‘แลนด์บริดจ์’

‘เศรษฐา’ ดึง ’กสิกร’ ร่วมทีมโรดโชว์ ดึงลงทุนเข้าไทย ช่วยหนุน ‘แลนด์บริดจ์’

"เศรษฐา" หารือ "ขัตติยา" ดึงกสิกรไทยร่วมทีมโรดโชว์ให้ความเชื่อมั่นนักลงทุน เผยหารือการขยายสาขาในเวียดนามให้ครอบคลุม พร้อมหนุนโครงการแลนด์บริดจ์

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่าผ่านแอพพลิเคชั่น X หรือ ทวิตเตอร์ ส่วนตัวว่าวันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ตนเองได้หารือกับ นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ “KBANK”  เกี่ยวกับการขยายธุรกิจในเวียดนามซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยครับ

‘เศรษฐา’ ดึง ’กสิกร’ ร่วมทีมโรดโชว์ ดึงลงทุนเข้าไทย ช่วยหนุน ‘แลนด์บริดจ์’

โดยธนาคารกสิกรไทยได้เปิดสาขาที่โฮจิมินห์เมื่อปี 2565 และมีแนวทางที่จะขยายสาขาให้ครอบคลุมเมืองสำคัญในเวียดนาม

นอกจากนี้ ทางธนาคารพร้อมที่จะร่วมมือกับทางรัฐบาลไทยในการจัดกิจกรรม Roadshow เพื่อแสดงศักยภาพของไทยกับนักลงทุนชาวต่างชาติ ในโครงการต่าง ๆ ของไทย เช่นโครงการสะพานเศรษฐกิจไทย (Landbridge) ด้วย

ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยได้เปิดให้บริการธนาคารกสิกรไทย สาขาโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามยุทธศาสตร์การเป็นผู้ให้บริการ Regional Digital Banking ในภูมิภาค AEC+3 โดยนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ

นางสาวขัตติยาระบุว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนยุคหลังโควิด 19 มีแนวโน้มฟื้นตัวเป็นบวก และยังโดดเด่นกับตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ ที่มีสัดส่วนประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากจึงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายตัวของดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ธนาคารจึงเดินหน้าขยายบริการในภูมิภาคเพื่อเชื่อมต่อโอกาสให้แก่ธุรกิจไทย และส่งมอบบริการให้แก่ลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการในประเทศท้องถิ่น เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและสินเชื่อได้สะดวกและครอบคลุมความต้องการในทุกพื้นที่

ทิศทางการลงทุนของธนาคารกสิกรคือการให้บริการลูกค้าทุกคน แต่ที่ผ่านมา กสิกรจะเก่งและเชี่ยวชาญในการให้บริการกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี หรือ ลูกค้าขนาดกลางขนาดย่อม ส่วนในกลุ่มลูกค้าบุคคล ในผลิตภัณฑ์สินเชื่อก็จะเชี่ยวชาญในกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำเป็นเงินเดือน ซึ่งอาจจะกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตได้

นอกจากนี้ยังมองโจทย์การขยายบริการไปยังประเภทในภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนาม จีน ลาว กัมพูชา อินโดนีเชีย เนื่องจากหลังโควิด 19 มีแนวโน้มฟื้นตัวเป็นบวก

“ เราจะใช้งบประมาณ 1 แสนล้านใน 3-5 ปี โดยจะการลงทุนด้านไอที หรือการบริการดิจิทัล และบางส่วนใช้ในการลงทุน โดยอาจจะอยู่ในลักษณะการร่วมทุนกับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในภูมิภาค”