วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

พาณิชย์ ชู ท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม หนุน" Soft Power" ไทย

พาณิชย์ ชู ท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม หนุน" Soft Power" ไทย

สนค.เผย ผลวิเคราะห์ “การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม” หรือ Event Tourism ต่อยอดธุรกิจอีเว้นท์ สร้างรายได้ท้องถิ่น ปลุกSoft Power ไทย

ภาคการท่องเที่ยวของไทยถือเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยในแต่ละปีมีรายได้เฉลี่ย  1-2 ล้านล้านบาท โดยในช่วงที่การท่องเที่ยวไทยพีคสุดคือช่วงก่อนโควิด-19 คือ ปี 2562 รายได้อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งหลังจากโควิด-19 รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด เริ่มมาฟื้นตัวเมื่อช่วงปลายปี 65  ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเข้ามามากขึ้น โดยปีนี้ไทยตั้งเป้านักท่องเที่ยว 35 ล้านคน สร้างรายได้ 3 ล้านล้านบาทเท่ากับช่วงปี 62

“พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ “ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)  ให้ข้อมูลว่า  เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมหรือ Event Tourism ) เป็นการท่องเที่ยวที่มีพื้นที่กิจกรรมเป็นศูนย์กลางในการรวมตัวกันของชุมชนที่มีความสนใจเดียวกัน ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้สู่ชุมชน รวมไปถึงบริเวณโดยรอบ ขนาดกิจกรรมมีตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด ภูมิภาค ระดับประเทศ ไปจนถึงการจัดกิจกรรมในต่างประเทศ แต่ละกิจกรรมจะมีลักษณะเฉพาะของเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจเกี่ยวข้องทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์

สำหรับประเภทของกิจกรรม อาทิ งานแสดงดนตรี/คอนเสิร์ต งานเทศกาล การแข่งขันกีฬา การประชุม กิจกรรมองค์กร และงานแสดงสินค้า (MICE)  ซึ่งสามารถรองรับความสนใจที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง

จากรายงาน Event Tourism Market Outlook from 2024 to 2034 โดยบริษัทวิจัยตลาด Future Market Insights (FMI) ในปี 2566 มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมทั่วโลกอยู่ที่ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า  4.1%  คาดว่ามูลค่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมทั่วโลกในปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.63 ล้านล้านดอลลาร์

พาณิชย์ ชู ท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม หนุน" Soft Power" ไทย

ทั้งนี้ความต้องการในการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมทั่วโลก คาดว่าในช่วง 10 ปี (ปี 2567-2577) จะเติบโต 4.3%  ต่อปี และจะมีมูลค่าสูงถึง 2.38 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2577 โดยมีปัจจัยมาจากแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับชุมชนที่ตนมีความสนใจ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความชื่นชอบระหว่างกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคขาดประสบการณ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปัจจุบันหลายประเทศตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม

โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความสนใจใหม่ ๆ ของผู้บริโภค รวมทั้งใช้การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรมในการเผยแพร่วัฒนธรรมให้แพร่หลาย

 สำหรับประเทศไทย มีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวที่สามารถต่อยอดได้ โดยในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจำนวนทั้งสิ้น 28.04 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 151% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 100% จากตัวเลขการท่องเที่ยวที่เติบโต แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว และไทยเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกเป็นจุดหมายปลายทาง

 สำหรับธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในไทยมีการเติบโตในปี 2566 โดยธุรกิจที่มีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ อาทิ การบริการอาหาร/เครื่องดื่ม มีจำนวนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่ 4,528 ราย (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 32.40%  มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 8.87 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า  21.05%

 ที่พักแรมระยะสั้น มีจำนวน 907 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 30.13%  มูลค่า 3.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 53.95%

การจัดการประชุมและการแสดงสินค้า มีจำนวน 702 ราย (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 30.97%  มูลค่า 1.02 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 24.26%

กิจกรรมด้านการกีฬา ความบันเทิง และนันทนาการ มีจำนวน 402 ราย  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 34%  มูลค่า 8.54 ร้อยล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า  32.70%

ประเทศไทยยังมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและประเพณีที่สามารถต่อยอดและผสมผสานไปกับการท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เช่น เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน งานแสดงสินค้าโอท็อป การแข่งขันกีฬามวยไทย เป็นต้น

“การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม จึงเป็นอีกหนี่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ควรส่งเสริม เนื่องจากเป็นการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการแต่ละชุมชนได้ อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะธุรกิจการจัดงาน (Event Business) และเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ Soft Powerของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มากยิ่งขึ้น”นายพูนพงษ์ กล่าว

การท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม” สามารถรองรับความสนใจที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง เนื่องจากการจัดกิจกรรมจะส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรม และนำมาซึ่งการประชาสัมพันธ์ Soft Power ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและภาครัฐในการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้าง Soft Power ไทย ให้สามารถต่อยอดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม และนำไปสู่การจ้างงานในภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ อีกด้วย