วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

จับตา ‘จีน’ รุก ‘แลนด์บริดจ์’ เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21

จับตา ‘จีน’ รุก ‘แลนด์บริดจ์’  เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21

จับตาจีนรุกโครงการแลนด์บริดจ์เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21 หลังไทยประกาศเดินหน้าโครงการ ล่าสุด รมว.ต่างประเทศจีน เผยรัฐบาล - เอกชน จีนสนใจขอข้อมูลเพิ่ม "เศรษฐา" ส่ง "สุริยะ" โรดโชว์ ธนาคาร AIIB พบนายกฯ หนุนเดินหน้าโครงการ

Key points :

  • รัฐบาลจีนแสดงความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์ที่ประเทศไทยประกาศเดินหน้าก่อสร้างภายในปี2568
  • ล่าสุดรมว.ต่างประเทศ บอกว่าโครงการนี้เป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ที่รัฐบาลและเอกชนจีนให้ความสนใจ 
  • นายกรัฐมนตรีสั่ง รมว.คมนาคม ไปโรดโชว์ให้ข้อมูลเพิ่มที่จีน 
  • ผู้บริหารธนาคาร AIIB ที่ก่อตั้งโดยจีน และจีนยังถือหุ้นใหญ่ พบนายกฯไทยลั่นพร้อมสนับสนุนโครงการ

 

แม้ว่าแนวคิดเรื่อง เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21 (One Belt One Road) จะไม่ใช่แนวคิดใหม่เนื่องจาก สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนนั้นได้ประกาศแนวคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 2013 และเชิญผู้นำจากนานาชาติไปประชุมหารือเกี่ยวกับการลงทุนด้านคมนาคมที่ครอบคลุม 65 ประเทศ ใน 3 ทวีปอยู่เป็นระยะๆในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในขณะนี้ เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21 มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยมากขึ้นเมื่อรัฐบาลของไทยกำลังผลักดันให้มีการลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ เมกะโปรเจ็กต์ใหญ่ขนาดการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท

จับตา ‘จีน’ รุก ‘แลนด์บริดจ์’  เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21

แลนด์บริดจ์จะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมใหม่

แน่นอนว่าโครงการนี้อยู่ในความสนใจของรัฐบาล และนักลงทุนจีนเนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะสร้างในพื้นที่ภาคใต้ของไทยซึ่งหากดูจากแผนที่ของเส้นทางสายไหมเส้นใหม่นั้นที่ตั้งของประเทศไทยเป็นเส้นทางสำคัญในการเชื่อมจากจีนตอนใต้ลงมาสู่มหาสมุทร และเชื่อมลงมาถึงมาเลเซีย และสิงคโปร์

 

ลำดับการพูดคุยแลนด์บริดจ์ไทย-จีน 

หากจำได้ตั้งแต่ไทยประกาศเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์หัวข้อเรื่องนี้เป็นประเด็นการพูดคุยระหว่างไทยและจีน ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.2566 ที่นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งครั้งนั้นก็มีการหยิบยกประเด็นเรื่องแลนด์บริดจ์ขึ้นมาพูดคุยกัน

 

จับตา ‘จีน’ รุก ‘แลนด์บริดจ์’  เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21

ต่อมาในการเดินทางไปร่วมประชุม  หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ (BRF) ครั้งที่ 3 และเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี และคณะ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นายกรัฐมนตรีได้หารือกับนายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีงจีน ซึ่งพูดถึงความร่วมมือในการความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง พร้อมเกื้อหนุนการค้าและการลงทุนสองทาง และเสริมสร้างความร่วมมือกับไทยในด้านต่างๆ ต่อไป เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล ยานยนต์พลังงานใหม่ พลังงานสะอาด และ 5G นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มีการเปิดเวทีโรดโชว์เรื่องแลนด์บริดจ์ให้นักลงทุนจีนได้รับทราบข้อมูลแลนด์บริดจ์ด้วย

ต่อมาในเดือน พ.ย.ปีก่อนในการหารือกับทูตฯจีนประจำประเทศไทยอีกครั้ง นายกฯรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าโครงการแลนด์บริดจ์ นั้น นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ให้ความสนใจ และได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินทางไปจีน เพื่ออธิบายให้ฟังอย่างละเอียดให้เข้าใจมากขึ้น และพูดคุยว่าจะสามารถร่วมกันพัฒนาหรือลงทุนอย่างไรบ้าง

ล่าสุดในการเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีนนั้นก็มีความคืบหน้าที่สำคัญเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่นายกรัฐมนตรีของไทยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ารัฐบาล และเอกชนของจีนให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์อย่างมาก และต้องการข้อมูลเพิ่ม ตนจึงสั่งการให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม รีบเดินทางไปจัดโรดโชว์ที่ประเทศจีนอีกครั้งเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้และเชิญชวนให้มาลงทุนในประเทศไทย

 

เลขาธิการนายกฯยันรัฐบาล - เอกชน จีน สนใจโครงการ

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารมว.ต่างประเทศของจีนนั้นได้กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่าจีนให้ความสนใจโครงการนี้ และถือว่าเป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการเร่งรัดการก่อสร้างโครงการรถไฟไทยจีนที่ปัจจุบันก่อสร้างมาถึง สปป.ลาวแล้ว ซึ่งจีนเรียกเส้นทางนี้ว่าเป็น “เส้นทางกลาง” ที่ต้องมีการเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้แล้วเสร็จเพื่อเป็นเส้นทางสำคัญที่ใช้เชื่อมโยงการขนส่งในภูมิภาคทั้งทางทะเลและทางบก

จับตา ‘จีน’ รุก ‘แลนด์บริดจ์’  เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21

 

“วันนี้ความสนใจที่นักลงทุนต่างชาติมีต่อโครงการแลนด์บริดจ์นั้นถือว่าเกินคาด นอกจากจีนที่สนใจโครงการนี้มากเห็นได้จากการที่ผู้นำทั้ง 3 ระดับของจีนทั้ง ประธานาธิบดี นายกฯ และ รมว.ต่างประเทศจีน พูดถึงการสนับสนุนโครงการนี้  ยังมีอีกหลายประเทศที่ขอข้อมูล หรือบางรายที่เป็นรายใหญ่ก็ติดต่อว่าจะเดินทางเข้ามาดูที่พื้นที่ซึ่งจะก่อสร้างด้วยตัวเอง”

 

ทั้งนี้สัญญาณอย่างหนึ่งว่าจีนนั้นเอาจริงเอาจังและให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์อีกข้อหนึ่งก็คือการที่ผู้บริหารระดับสูงของ ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank ) หรือ “AIIB” เดินทางมาหารือกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากที่ รมว.ต่างประเทศของจีนพบกับ นายกรัฐมนตรีของไทยเพียง 2 วัน ทั้งนี้ธนาคาร AIIB นั้นถือเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการปล่อยเงินกู้ในการพัฒนาและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งในเอเชีย โดยจีนเป็นประเทศผู้ก่อตั้งธนาคารแห่งนี้ และปัจจุบันถือหุ้นใหญ่ในธนาคารแห่งนี้ ร่วมกับสมาชิกอีกหลายประเทศ

จับตา ‘จีน’ รุก ‘แลนด์บริดจ์’  เชื่อม เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้ทวิตข้อความใน X ว่า

“เรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทย President ของ AIIB เห็นด้วยว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำเศรษฐกิจในภูมิภาคได้ ถ้าไทยได้รับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ซึ่ง AIIB ยินดีสนับสนุนการระดมทุนเพื่อลงทุนในเมกะโปรเจกต์ของไทย ไม่ว่าจะเป็นโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการสร้างสนามบินต่าง ๆ ครับ”

คงต้องจับตาดูต่อไปว่าบทบาทของจีนในการสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะก่อสร้างในไทยจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วประเทศไทยจะบริหารจัดการ ถ่วงดุลอำนาจของชาติมหาอำนาจที่เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในบริเวณนี้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อเนื่องในระยะยาว เพราะโครงการแลนด์บริดจ์ไม่ได้เป็นเพียงโครงการทางด้านการคมนาคมขนส่งเท่านั้น แต่เป็นโครงการที่มีมิติเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย