'ประมง' กำหนดยื่นคำขอรับ 'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์' เช็กเงื่อนไขที่นี่

ประมง กำหนดยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ เช็กเงื่อนไขที่นี่

"กรมประมง" กำหนดยื่นคำขอรับ "ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์" รอบปีประมง 2567-2568 ระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 ย้ำปี 2566 มีผลผลิตจากประมงพาณิชย์ มากกว่า 1 ล้านตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 40,000 ล้านบาท เช็กหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขได้ที่นี่

นายบัญชา  สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเรือประมงพาณิชย์ ที่อยู่ในระบบใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ จำนวน 9,310 ลำ โดยเมื่อปี พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา มีผลผลิตที่ได้จากการทำประมงพาณิชย์มากกว่า 1 ล้านตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท 

ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืนด้วยการกำกับ ควบคุม และดูแลการทำประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน (ค่า MSY) ตามข้อกำหนดในมาตรา 19 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

 

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

 

ซึ่งในการออกไปทำการประมงอย่างถูกกฎหมายเรือประมงจะต้องมีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ที่ออกโดยกรมประมง สามารถทำการประมงได้ตามปีการประมง (โดยใบอนุญาตฯ มีอายุปีการประมง 2 ปี) 

และขณะนี้ใบอนุญาตทำการประมงเดิมจะหมดอายุลงในวันที่ 31 มีนาคม 2567 นี้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้กำชับให้กรมประมงเร่งดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพให้แก่พี่น้องชาวประมง

ดังนั้น กรมประมง จึงออกประกาศ เรื่อง กำหนดห้วงเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ สำหรับปีการประมง 2567 – 2568 ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 10 มกราคม 2567 

แจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ ในปีการประมงใหม่มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ได้ที่ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ กรมประมง หรือที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเลในระหว่างวันที่ 1 – 29 กุมภาพันธ์ 2567

 

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

 

สำหรับชนิดเครื่องมือทำการประมง ขนาดเรือ (ตันกรอส) และจำนวน/ขนาดของเครื่องมือทำการประมงที่สามารถขอรับใบอนุญาตใช้ทำการประมงพาณิชย์ได้มี ดังนี้

1. อวนลากคู่ เรือทุกขนาด อวนลากคู่ ความยาวคร่าวล่าง ไม่เกิน 100 เมตร

2. อวนลากแผ่นตะเฆ่ เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวล่าง ไม่เกิน 60 เมตร

3. อวนลากคานถ่าง เรือทุกขนาด จำนวนอวน ไม่เกิน 8 ปาก

4. อวนล้อมจับ เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวบน ไม่เกิน 2,500 เมตร

5. อวนล้อมจับปลากะตัก เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวบน ไม่เกิน 1,000 เมตร

6. อวนครอบปลากะตัก เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวล่างทั้ง 4 ด้านรวมกันไม่เกิน 200 เมตร

7. อวนช้อน/ยกปลากะตัก  เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวบนทั้ง 4 ด้านรวมกันไม่เกิน 120 เมตร

8. เรือประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เรือปั่นไฟ) เรือทุกขนาด 1 หน่วย / 1 ลำ

9. อวนครอบหมึก เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวล่างทั้ง 4 ด้าน รวมกันไม่เกิน 150 เมตร

10. อวนช้อนปลาจะละเม็ด เรือทุกขนาด คร่าวรอบปากอวนทุกด้านรวมกันไม่เกิน 500 เมตร

 

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

 

11. อวนติดตา เรือตั้งแต่ 10 – 29.99 ตันกรอส ความยาวเชือกคร่าวบนรวมกันไม่เกิน 15,000 เมตร เรือตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไป ความยาวเชือกคร่าวบนรวมกันไม่เกิน 28,000 เมตร

12. อวนรุนเคย เรือทุกขนาด ความยาวคร่าวล่าง ไม่เกิน 60 เมตร

13. คราดหอยลาย  เรือทุกขนาด 1 หน่วย / 1 ลำ

14. คราดหอยแครง  เรือทุกขนาด 1 หน่วย / 1 ลำ

15. คราดหอยอื่น  เรือทุกขนาด 1 หน่วย / 1 ลำ

16. ลอบปลา เรือตั้งแต่ 10 – 29.99 ตันกรอส ไม่เกิน 200 ลูก เรือตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไป ไม่เกิน 300 ลูก

17. ลอบปู เรือตั้งแต่ 10 – 29.99 ตันกรอส ไม่เกิน 3,500 ลูก เรือตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไป ไม่เกิน 4,500 ลูก

18. ลอบหมึก เรือตั้งแต่ 10 – 29.99 ตันกรอส ไม่เกิน 320 ลูก เรือตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไป ไม่เกิน 400 ลูก

19. ลอบหมึกสาย เรือตั้งแต่ 10 – 24.99 ตันกรอส ไม่เกิน 20,000 ลูก เรือตั้งแต่ 25 ตันกรอส ขึ้นไป ไม่เกิน 27,500 ลูก

20. เบ็ดราว เรือทุกขนาด ไม่เกิน 50 สาย

21. แผงยกปูจักจั่น เรือทุกขนาด ไม่เกิน 500 สาย

22. เบ็ดมือ เรือทุกขนาด 1 หน่วย / 1 ลำ

23. เครื่องมืออื่น

 

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

 

โดยผู้มาขอรับใบอนุญาตจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบในการยื่นคำขอ ได้แก่

1.) แสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ (ที่ยังไม่หมดอายุ)

2.) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการประมง ซึ่งออกให้ไม่เกิน 3 เดือน (กรณีที่เป็นนิติบุคคล)

3.) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ และแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ)

4.) หนังสือยินยอมให้ใช้เรือประมง (กรณีที่มีกรรมสิทธิ์ร่วมหรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่ขอรับใบอนุญาต)

5.) ภาพถ่ายหรือภาพถ่ายดิจิทัลของเรือประมง โดยถ่ายไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 3 รูป ดังนี้

5.1) ภาพอัตลักษณ์เรือที่เห็นชัดเจน จำนวน 1 รูป

5.2) ภาพหัวเรือที่เห็นชื่อเรือ ทะเบียนเรือ (กรณีที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์อยู่เดิมจะต้องมีเครื่องหมายประจำเรือปรากฎอยู่ในภาพถ่ายด้วย) จำนวน 1 รูป

5.3) ภาพถ่ายเรือเต็มลำด้านซ้ายหรือขวา จำนวน 1 รูป

6.) หลักฐานและเอกสารอื่นที่จำเป็นต้องใช้ประกอบการยื่นคำขอ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ในแต่ละอำเภอจะได้ตรวจความถูกต้องของคำขอและเอกสารให้เรียบร้อย พร้อมบันทึกข้อมูลลงในระบบ e-license ให้เสร็จสิ้นก่อนปิดรับคำขอ 

 

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

 

ซึ่งเมื่อกรมประมงพิจารณาเสร็จสิ้นจะส่งผลการพิจารณาให้ประมงอำเภอท้องที่เพื่อแจ้งผลให้ผู้ที่ขออนุญาตทราบก่อนถึงปีการประมงใหม่ เพื่อที่เรือประมงพาณิชย์จะได้สามารถออกทำการประมงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.ก.การประมง 2558

"หากผู้ใดออกไปทำประมงทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลฝั่งอันดามันโดยไม่มีใบอนุญาตทำการประมง จะมีบทกำหนดโทษตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 ทั้งทางอาญาและมาตรการทางการปกครอง 

ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ที่ใช้เรือประมง ที่มีขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป และประสงค์จะทำประมงพาณิชย์มาดำเนินการตามขั้นตอนและวันเวลาตามที่ทางราชการได้แจ้งไปและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อีกทั้ง การขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในปีนี้ 

กรมประมง ได้เปิดโอกาสให้ชาวประมงที่เรือประมงซึ่งมีใบอนุญาตทำการประมง แต่เรือประมงเกิดความชำรุด ทรุดโทรม หรือ เรือจม อับปาง สามารถนำเรือประมงลำอื่นมาขอรับใบอนุญาตแทนได้

รวมทั้งผู้ที่เคยมีลักษณะต้องห้ามในการได้รับอนุญาต หากสิ้นสุดลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดแล้วก็สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ หรือผู้ที่ประสงค์จะเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง หรือเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงข้ามกลุ่มสัตว์น้ำก็สามารถยื่นคำขอได้ 

ซึ่งหากไม่กระทบกับปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่จะอนุญาตให้ทำการประมงได้ตามที่คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติเห็นชอบ กรมประมงก็จะอนุญาตให้ทำการประมงตามที่ประกาศได้ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพทำการประมงตามนโยบายของรัฐบาล" อธิบดีกรมประมง กล่าว

 

\'ประมง\' กำหนดยื่นคำขอรับ \'ใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์\' เช็กเงื่อนไขที่นี่

 

ทั้งนี้ กรมประมงได้เปิดคลินิกประสานงานการขอรับอนุญาตทำการประมง เพื่อให้พี่น้องชาวประมงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสแกน QR-Code เข้าร่วมกลุ่มไลน์ได้ 

หรือติดต่อสอบถามเพิ่มได้ที่กลุ่มทะเบียนและอนุญาตทำการประมง กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทร.0-2561-2341 , 08-2649-7981 , 06-4695-3360 , สำนักงานประมงจังหวัด และสำนักงานประมงอำเภอที่มีอาณาเขตติดทะเล