ประมงพื้นบ้าน เฮ! เกษตร ไฟเขียว เรือเข้าระบบ รัฐคุ้มครองตามกฎหมาย

ประมงพื้นบ้าน เฮ!  เกษตร ไฟเขียว เรือเข้าระบบ รัฐคุ้มครองตามกฎหมาย

กรมประมงเปิดทาง เรือประมงพื้นบ้านขึ้นทะเบียน ใหม่ กับกรมเจ้าท่า เริ่มตั้งแต่ วันที่ 17 ม.ค.- 15 เม.ย.2567 ยกระดับการคุ้มครอง ภาครัฐดูแล มีสินทรัพย์เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง และสร้างรายได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศกว่า 8,232 ล้านบาท

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากมติที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาประมงทะเล ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2566 โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน เห็นชอบให้กรมประมงเร่งดำเนินการออกหนังสือรับรองให้กับชาวประมงพื้นบ้าน สำหรับรายที่ยังมีการตกหล่นไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนไปตั้งแต่คราวก่อน

 

ประมงพื้นบ้าน เฮ!  เกษตร ไฟเขียว เรือเข้าระบบ รัฐคุ้มครองตามกฎหมาย ประมงพื้นบ้าน เฮ!  เกษตร ไฟเขียว เรือเข้าระบบ รัฐคุ้มครองตามกฎหมาย

ประมง 1.2 หมื่นลำ ได้รับการคุ้มครอง 

 ซึ่งช่วยให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านที่ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 12,000 ลำ ให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้สิทธิ์การช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเต็มที่ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเร่งผลักดันให้เกิดการนำเรือประมงพื้นบ้าน เรือประมงขนาดเล็ก เข้าสู่ระบบ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ การให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านได้รับสิทธิ์จากการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเต็มที่ อาทิ การช่วยเหลือกรณีประสบภัยธรรมชาติฯลฯ

 

 

อีกทั้ง เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรประมงควบคู่ไปกับความมั่นคงของวิถีการประกอบอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งหากมีการนำเรือประมงพื้นบ้านเข้าระบบ จะมีผลผลิตสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงพื้นบ้านเพิ่มขึ้น 84,000 ตัน/ปี รวมมูลค่าปีละกว่า 8,232 ล้านบาท

ประมงพื้นบ้าน เฮ!  เกษตร ไฟเขียว เรือเข้าระบบ รัฐคุ้มครองตามกฎหมาย

 

ขึ้นทะเบียนได้ถึง 15 เม.ย.  67 

ดังนั้น กรมประมงจึงได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการออกหนังสือรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอจดทะเบียนเรือไทย สำหรับเรือประมงพื้นบ้าน พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2567

โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านยื่นขอหนังสือรับรองได้ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 15 เมษายน 2567 ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักงานประมงจังหวัด / สำนักงานประมงอำเภอท้องที่มีอาณาเขตติดทะเล หรือ ยื่นผ่านช่องทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมลล์) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอจดทะเบียนเรือไทยกับกรมเจ้าท่าต่อไปได้ โดยใช้ได้ในกรณีการจดทะเบียนเรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส และยังไม่มีทะเบียนเรือไทย หรือ เพื่อทดแทนเรือประมงลำเดิมที่ชำรุด สูญหาย อัปปาง

เงื่อนไข ประมงพื้นบ้าน  

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะขอหนังสือรับรองจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. เป็นบุคคลธรรมดา สัญชาติไทย กรณียังไม่บรรลุนิติภาวะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

2. ไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะได้รับใบอนุญาตทำการประมง ตามมาตรา 39 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เช่น ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาว่ากระทำความผิดตามกฎหมายประมงยังไม่พ้น 5 ปี หรือ ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตทำการประมง เป็นต้น

3. ไม่เป็นเจ้าของเรือประมงลำอื่นที่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนเรือประมง

4. ต้องมีเรือประมงพื้นบ้านอยู่ในครอบครองอยู่แล้ว ณ วันยื่นคำขอ

แสดงเอกสารหลักฐานประกอบการขอหนังสือรับรอง

มีดังนี้

1. แสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง

2. กรณีมอบอำนาจ : หนังสือมอบอำนาจ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ

3. กรณีผู้ยื่นขอหนังสือรับรองยังไม่บรรลุนิติภาวะ : หนังสือยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้ปกครอง พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้แทนโดยชอบธรรม

4. ภาพถ่ายเรือประมง (ปัจจุบัน) จำนวน 2 รูป คือ ภาพเรือเต็มลำด้านซ้าย 1 รูป และ ภาพเรือเต็มลำด้านขวา 1 รูป

 "นับเป็นโอกาสอันดีของชาวประมงพื้นบ้านที่จะได้เข้ามาอยู่ในระบบการประมงของไทยอย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรมเพื่อจะได้รับสิทธิ์การให้ความช่วยเหลืออันพึงจะได้จากทางภาครัฐ

จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวประมงพื้นบ้านรีบมาดำเนินการยื่นขอหนังสือรับรองฯ และนำไปขอขึ้นทะเบียนเรือไทยกับกรมเจ้าท่าให้เรียบร้อย โดยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มทะเบียนและอนุญาตทำการประมง กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทร.02-561-2341 , 082-649-7981 , 064-695-3360 หรือ Line : คลินิกประสานงานการขอรับใบอนุญาตทำการประมง , สำนักงานประมงจังหวัด และสำนักงานประมงอำเภอที่มีอาณาเขตติดทะเล