ชาวไร่อ้อยรับของขวัญปีใหม่ รัฐบาลโอนเงินตัดอ้อยสดเข้าบัญชีวันแรก

ชาวไร่อ้อยรับของขวัญปีใหม่ รัฐบาลโอนเงินตัดอ้อยสดเข้าบัญชีวันแรก

เริ่มโอนวันนี้! ชาวไร่อ้อยรับของขวัญปีใหม่ เงินตัดอ้อยสดฤดูการผลิต 65/66 ตันละ 120 บาท สนับสนุนเกษตรกรตัดอ้อยสดคุณภาพดีต่อเนื่องปีที่ 3 หวังลดฝุ่น PM2.5

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเป็นประธาน Kick off โครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิตปีที่ผ่านมาว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 7,990.60 ล้านบาท ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ 

ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะดูแลและสนับสนุนเกษตรกรไร่อ้อยให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยมีความสุขกับของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลได้มอบให้

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุน 125,139 ราย ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 64.53 ล้านตัน เป็นเงิน 7,743.859 ล้านบาท โดยรัฐบาลเริ่มโอนเงินวันนี้ (26 ธ.ค.) เป็นวันแรก

ผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในวันนี้มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับเงิน 105,411 ราย เป็นเงิน 6,918.02 ล้านบาท หรือคิดเป็น 84% ของเกษตรกรที่มีสิทธิ์ได้รับเงิน

ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนชาวไร้อ้อยเป็นโครงการที่มีต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับเงินสนับสนุนสามารถเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี รวมทั้งนำเงินไปปรับปรุงพื้นที่ที่มีข้อจำกัดที่ทำให้เกิดการเผาอ้อยในอนาคต รวมทั้งให้เกิดการนำเครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีมาบริหารจัดการในไร่อ้อย ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การเพาะปลูก การบำรุง และการเก็บเกี่ยว เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

"นอกจากนี้ กระทรวงได้หารือกับเกษตรการชาวไร่อ้อยในการตั้งเป้าให้เกิดอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 25% ในฤดูการผลิตปี 66/67 เพื่อแสดงถึงความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ทั้งนี้แม้ว่าการดำเนินโครงการ 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณอ้อยไฟไหม้ไม่ลดลงมาก แต่เงินสนับสนุนดังกล่าวส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อยมีการปรับปรุงพื้นที่ปลูกสำหรับใช้เครื่องจักรการเกษตรเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ลดอัตราอ้อยไฟไหม้ได้ในอนาคต"