'บีทีเอส' เปิดเหตุรางจ่ายไฟหล่น ยัน 'สายสีชมพู' ปฏิบัติตามมาตรฐาน

'บีทีเอส' เปิดเหตุรางจ่ายไฟหล่น ยัน 'สายสีชมพู' ปฏิบัติตามมาตรฐาน

"บีทีเอส" เปิดสาเหตุรางจ่ายกระแสไฟฟ้าหล่น ยัน “รถไฟฟ้าสายสีชมพู” มีมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมเข้มงวดก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ขณะที่มาตรการดูแลผู้เสียหายเร่งเยียวยา 100%

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC และกรรมการบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ถึงเหตุรางจ่ายกระแสไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูร่วงหล่น โดยระบุว่า เหตุรางจ่ายกระแสไฟฟ้าร่วงหล่นเป็นระยะทางยาว 5 กิโลเมตร ลักษณะคือสายอลูมิเนียมส่งไฟของรถไฟฟ้า ไม่ได้กระทบต่อตัวขบวนรถไฟฟ้า

โดยจากการสันนิษฐานเบื้องต้น เนื่องจากโครงการยังมีงานคืนพื้นผิวจราจรที่ต้องเข้ามาดำเนินการช่วงกลางคืน จึงคาดว่าในช่วงมีการรื้อถอนแผ่นชีทพาย ซึ่งมีขนาดยาวประมาณ 7 เมตร ทำให้ไปเกี่ยวกับรางจ่ายไฟฟ้า เนื่องจากในจุดเกิดเหตุใกล้เคียงซอยติวานนท์ 34 มีร่องรอยรางจ่ายกระแสไฟฟ้า

\'บีทีเอส\' เปิดเหตุรางจ่ายไฟหล่น ยัน \'สายสีชมพู\' ปฏิบัติตามมาตรฐาน

“รางจ่ายกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุ สายไฟจะสามารถหลุดได้เพื่อความปลอดภัยของตัวรถให้ไม่เกี่ยวรั้งและมีปัญหา จึงออกแบบติดตั้งในลักษณะคลิปล็อก และช่วงนั้นมีความยาวของสายไฟประมาณ 5 เมตร เมื่อแผ่นชีทพายไปโดนสายจ่ายไฟเคลื่อนออกจากตำแหน่ง และขบวนรถวิ่งมาบริเวณดังกล่าวจึงเกิดเหตุลากสายไฟ”

ทั้งนี้ ยืนยันว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูมีการตรวจสอบความพร้อมให้บริการตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล ซึ่งในช่วงของการเกิดเหตุเป็นช่วงรถไฟฟ้าตรวจการออกวิ่งตรวจสภาพรางตามปกติ ไม่มีผู้โดยสาร วิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุล้อที่อยู่ด้านข้างคอยรับไฟฟ้าไปเกี่ยวกับสายไฟ เกี่ยวและรั้งกันมาเป็นแนวยาว โดยเหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่สามารถควบคุมได้จากการทดสอบเดินรถตรวจสภาพรางในทุกวันตามมาตรฐาน

\'บีทีเอส\' เปิดเหตุรางจ่ายไฟหล่น ยัน \'สายสีชมพู\' ปฏิบัติตามมาตรฐาน

นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า ถ้าโครงการเปิดให้บริการเดินรถอย่างเป็นทางการแล้ว ตามมาตรฐานจะเข้มงวดไม่ให้มีการทำงานไปใกล้เคียงในบริเวณรถไฟฟ้า และรางรถไฟฟ้า แต่เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ และมีงานคืนผิวจราจรควบคู่ด้วย จึงเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

แต่อย่างไรก็ดี บริษัทฯ พร้อมเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย 100% โดยขณะนี้ทางประกันได้เข้าไปดูแลผู้เสียหายแล้ว ส่วนกรณีผู้เสียหายต้องการให้เยียวยาค่าตกใจ บริษัทฯ ก็จะพิจารณาตามมาตรฐานให้ ซึ่งเรื่องนี้มีประกันที่จะประสานรับผิดชอบ

 “เหตุที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนถามหามาตรฐานความปลอดภัย ส่วนตัวต้องยืนยันว่าเหตุที่เกิดจากระบบความปลอดภัยมีรถตรวจรางทุกเช้าก่อนให้บริการ ถ้ามีเหตุตัวรถตรวจรางจะเกิดก่อน จึงไม่กระทบการให้บริการผู้โดยสาร และเรามีมาตรฐานความปลอดภัยตามหลักสากลทุกอย่าง”

ส่วนกรณีที่มีคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยระหว่างรถไฟฟ้ากำลังวิ่งให้บริการอยู่นั้น บริษัทฯ ยืนยันได้ว่าขณะนี้มีการฝึกซ้อมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยทั้งหมด รองรับเหตุฉุกเฉินทุกเรื่องแล้ว อีกทั้งตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามีทางเดินตรงกลางระหว่างรถไฟฟ้า ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่สามารถเดินจากจุดเกิดเหตุไปสถานีที่ใกล้ที่สุดได้