background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ เผย 11 เดือนปี 66 ต่างชาติลงทุนไทย 9.8 หมื่นล้านบาท

พาณิชย์ เผย  11 เดือนปี 66 ต่างชาติลงทุนไทย 9.8 หมื่นล้านบาท

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยช่วง 11 เดือน ปี 66 อนุญาตต่างชาติลงทุนไทย 612 ราย เพิ่ม 15% นำเงินเข้ามาลงทุน 98,288 ล้านบาท ลด 13% จ้างงานคนไทย 6,086 คน เพิ่มขึ้น 22% ญี่ปุ่นลงทุนเป็นอันดับ 1 ตามด้วยสิงคโปร์ สหรัฐฯ จีน และฮ่องกง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนของปี 2566 (ม.ค.-พ.ย.) ได้มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 612 ราย เพิ่มขึ้น 15% แยกเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 209 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) จำนวน 403 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 98,288 ล้านบาท ลดลง 13% จ้างงานคนไทย 6,086 คน เพิ่มขึ้น 22%
         
โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ญี่ปุ่น 129 ราย คิดเป็น 21% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย มีเงินลงทุน 30,106 ล้านบาท 2.สิงคโปร์ 95 ราย คิดเป็น 16% มีเงินลงทุน 22,219 ล้านบาท 3.สหรัฐฯ 95 ราย คิดเป็น 16% มีเงินลงทุน 4,235 ล้านบาท 4.จีน 56 ราย คิดเป็น 9% มีเงินลงทุน 15,818 ล้านบาท และ 5.ฮ่องกง 26 ราย คิดเป็น 4% มีเงินลงทุน 5,813 ล้านบาท  

พาณิชย์ เผย  11 เดือนปี 66 ต่างชาติลงทุนไทย 9.8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ การเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ ได้มีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการขุดเจาะปิโตรเลียม องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการรถไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก และองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการบำรุงรักษาและดูแลชิ้นส่วน เครื่องมือ อุปกรณ์ สำหรับงานซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า เป็นต้น

สำหรับธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเดือนม.ค. – พ.ค. 2566 ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ

บริการที่เกี่ยวข้องกับการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียม บริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ปรับปรุง พัฒนา ทดลองระบบ สำหรับโครงการรถไฟฟ้า บริการก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบระบบ สำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก บริการเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ และการพัฒนาแพลตฟอร์ม บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งให้บริการแก่กิจการของวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ

นางอรมน กล่าวว่า  สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนม.ค.–พ.ค. 2566 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 120 ราย คิดเป็น 20% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทยในช่วง 11 เดือนของปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน ร้อยละ 15 โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 19,531 ล้านบาท คิดเป็น 20 % ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 43 ราย ลงทุน 6,853 ล้านบาท จีน 28 ราย ลงทุน 3,927 ล้านบาท ฮ่องกง 6 ราย ลงทุน 4,046 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ อีก 43 ราย ลงทุน 4,705 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ บริการจัดหา ติดตั้ง ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา และฝึกอบรมเกี่ยวกับเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบการทำงานต่างๆ ที่ใช้สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า  บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาและแนะนำ การออกแบบ การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร (Modifies) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 

บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ บริการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพและเสียง (Audio Visual Product) และ Network Device บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาแนะนำข้อมูลด้านนวัตกรรม การออกแบบและผลิตวัตถุดิบแก่ผู้ผลิตวัตถุดิบในประเทศ เพื่อพัฒนาวิธีการผลิตวัตถุดิบให้ได้คุณภาพ และตรงตามมาตฐานที่กำหนด เป็นต้น

 ทั้งนี้ เฉพาะเดือนพ.ย. 2566 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 56 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) จำนวน 36 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 3,322 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากสิงคโปร์ จีน และสหรัฐอเมริกา มีการจ้างงานคนไทย 130 คน รวมถึง มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการด้านการดูแลและใช้งานของตั๋วโดยสาร องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล องค์ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีในเครื่องอัดอากาศและแก๊ส (Air and Gas Compressors) และองค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบติดตั้งและการบำรุงรักษาระบบ Solar roof ตามมาตรฐาน  เป็นต้น

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในเดือนพ.ย. 2566 ได้แก่  บริการจองบัตรโดยสารสายการบิน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และแอปพลิเคชัน บริการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของหุ่นรองเท้าพลาสติก (Plastic Shoe Lasts) และหุ่นพื้นรองเท้า พร้อมทดลองฉีดชิ้นงานดังกล่าว และรายงานผลการวิเคราะห์และทดลอง

 บริการทางด้านดิจิทัล เช่น FINTECH, DIGITECH, MEDTECH, AGRITECH เป็นต้น บริการรับจ้างผลิตแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม  บริการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และ/หรือให้บริการ เช่น ซอฟต์แวร์บริหารจัดการข้อมูลและระบบงานภายในองค์กร เป็นต้น