'ทาคูนิ' รุกส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปอินโดฯ ล็อตแรก 8,000 คัน

'ทาคูนิ' รุกส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปอินโดฯ ล็อตแรก 8,000 คัน

ทาคูนิ กรุ๊ป เดินหน้ารุกธุรกิจส่งออกรถไฟฟ้า เซ็นเอ็มโอยู บริษัทตัวแทนจากอินโดนีเซีย “Powerspark“แต่งตั้งให้บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป เป็นผู้ส่งออกรถไฟฟ้าไปอินโดนีเซียทั้งหมด ประเดิมล็อตแรก รถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้า 8,000 คัน

นายประภาศ คงเอียด รองประธานกรรมการ บริษัททาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI   เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 บริษัทได้ลงนามความร่วมมือเบื้องต้น (MOU) กับบริษัท PT Powerspark จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย

โดยมี Bambang Soesatyo รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีอินโดนีเซียหลายสมัย พร้อมคณะทำงานจากทางอินโดนีเซีย และคณะทูตในไทย เข้าตรวจสอบและเยี่ยมชมกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ และการผลิตรถบัสขนส่ง ณ โรงงาน AMITA และ ABB พร้อมกับได้ร่วมเป็นสักขีพยาน การลงนามความร่วมมือดังกล่าวระหว่าง TAKUNI กับ PT Powerspark

สำหรับขอบข่ายความร่วมมือเอ็มโอยูครั้งนี้ บริษัทจะได้รับความไว้วางใจจากบริษัท PT Powerspark ในการเป็นผู้จัดหาและส่งรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าไปยังประเทศอินโดนีเซีย เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นไป โดยการส่งออกรถยนต์ล็อตแรก ประกอบด้วยรถบัสไฟฟ้า จำนวน 5,000 คัน รถบรรทุกไฟฟ้า จำนวน 1,000 คัน และรถกระบะไฟฟ้า หรือรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ จำนวน 2,000 คัน  'ทาคูนิ' รุกส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไปอินโดฯ ล็อตแรก 8,000 คัน

ส่วนการดำเนินการผลิตและประกอบรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ  NEX  บริษัทลูกของ  บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ในการใช้แบตเตอรี ULTRA FASTCHARGE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA

นายประภาศกล่าวว่า ปัจจุบันบริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นพันธมิตรกับบริษัทเน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) โดยเมื่อเร็วๆ นี้บริษัทได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายและบริการส่งออกรถไฟฟ้าไปยังประเทศมาเลเซียและ อินโดนีเซียอยู่แล้ว

“โครงการส่งรถยนต์ไฟฟ้าไปอินโดนีเซียครั้งนี้ ประเมินว่าจะมีมูลค่าโครงการ 20,000-30,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับบริษัททาคูนิ กรุ๊ป ในการที่จะรุกธุรกิจส่งออกรถไฟฟ้า โดยเฉพาะเทคโนโลยีจากประเทศไทย เทคโนโลยีและการผลิต เนื่องจากเป็นเมกะเทรนด์ของหลายๆ ประเทศทั่วโลก"

รวมทั้งประเทศอินโดนีเซียเองที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อลดโลกร้อน ซึ่งเป็นตามไปข้อตกลงที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีนโยบายให้ประเทศต่างๆ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สู่การใช้ไฟฟ้าสะอาดเพื่อมุ่งสู่การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยทางรัฐบาลอินโดนีเซียก็ได้สนับสนุนให้ความสำคัญนโยบายดังกล่าวอย่างมาก รวม ทั้งประชาชนหันมาใช้รถอีวีกันทั่วประเทศ