background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

นบข.ไฟเขียวจ่ายเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท

นบข.ไฟเขียวจ่ายเงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท

ที่ประชุมนบข. อนุมัติ เงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละ 20,000 บาท วงเงินงบประมาณ 56,321.07 ล้านบาท เตรียมชงครม.14 พ.ย.นี้  เริ่มจ่ายได้ทันที

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.)ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 56,321.07 ล้านบาท  ซึ่งมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2566/67 ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน ระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค 2566 ไปจนถึง 30 ก.ย. 2567

สำหรับการให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท นั้น คาดว่า จะเสนอเพื่อขออนุมัติ จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 14 พ.ย.  โดยคาดว่า เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท และจะเริ่มจ่ายเงินทันทีหลังมีมติครม. โดยผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร คาดว่าชาวนาจะได้รับเงินภายในเดือนพ.ย.

 “งบประมาณที่ใช้ รัฐบาลจะดูแล การใช้งบประมาณ โดยไม่ให้ผิดวินัยการเงินการคลังโดยการให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท มีกรอบวงเงินจ่ายขาด 56,321 ล้านบาท กำหนดเกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน โดยจะให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท กับเกษตรกรครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือคิดเป็นเงิน 20,000 บาท ต่อครัวเรือน “

สำหรับในปีหน้ารัฐบาล เตรียมการ จะปรับโครงสร้างการผลิต ข้าว และ ปีนี้จะะเป็นปีสุดท้ายที่ใช้นโยบายช่วยชาวนาแบบจ่ายเงินขาด แต่จะมีมาตรการอื่นๆมาทดแทน  โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินการ เช่น โครงการลดต้นทุนเกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านนวัตกกรม เพื่อให้มีการผลิตข้าวคุณภาพเพื่อเพิ่มรายได้ เพื่อ ลดการใช้งบประมาณลง

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบตามมติครม. เมื่อวันที 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ได้เห็นชอบ โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือกนาปี 2566/2667 ได้แก่ 1.เห็นชอบราคารับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิสด ความชื้นไม่เกิน 25% จะให้สินเชื่อตันละ 12,000 บาท และให้ค่าเก็บรักษาคุณภาพ ระยะเวลา 5 เดือน ตันละ 1,500 บาท ดังนั้น หากเกษตรกรที่เก็บรักษาผลผลิตด้วยตัวเองจะได้ เงินสินเชื่อ 13,500 บาทต่อตัน แต่กรณีชาวนาไม่มีที่เก็บต้องไปฝากสถาบันเกษตรหรือสหกรณ์ช่วยเก็บให้ สหกรณ์จะได้เงิน 1,000 บาท ส่วนเกษตรกรได้ 500 บาท โดยมีเป้าหมายดูดซับเปลือกหอมมะลิ ประมาณ 3 ล้านตัน

2. โครงการสินเชื่อสถาบันการเกษตร เข้าไปแทรกแซงตลาดหรือแย่งซื้อข้าวเปลือกในราคานำร่อง สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้นไม่เกิน 25% ตันละ 12,200 บาท เพื่อให้สูงกว่าราคาตลาดและเมื่อนำมาซื้อและขายได้แล้วจะต้องแบ่งกำไรให้กับชาวนา ตันละ 200-300 บาท เป้าหมายดูดซับ 1 ล้านตัน

ทั้ง 2 โครงการนี้ใช้งบประมาณจ่ายขาด 10,600 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อ 44,437 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของการแรก ดอกเบี้ย ธ.ก.ส. รัฐบาลช่วยจ่าย แต่ในโครงการที่ 2 ดอกเบี้ย 4.50- 4.85% รัฐบาลจะช่วย ชดเชย 3.50-3.85% ขณะที่สถาบันการเงินจะชดเชยให้ 1% และทั้งนี้ เมื่อรวม 3 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวม 6.6 หมื่นล้านบาท

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไปดูแลให้สหกรณ์การเกษตรรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิสดจากเกษตรกรในราคาตันละ 12,000 บาท เป้าหมาย 1 ล้านตัน ซึ่งเป็นมาตรการเสริมนอกเหนือจากมาตรการที่ นบข. ได้มีมติออกมา เพื่อช่วยดูแลราคาข้าวให้กับเกษตรกร ส่วนข้าวที่สหกรณ์ซื้อไว้ ก็จะนำไปแปรรูปหรือดำเนินการตามความเหมาะสม  ทั้งนี้ได้กำชับปลัดกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งอธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ว่า ต้องปฏิบัติตามมติครม. แต่หากสถาบันเกษตรกรใด ซื้อข้าวเปลือกในราคาที่ต่ำกว่านี้ ธ.ก.ส. จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดดังนั้น อย่าซื้อราคาต่ำกว่านี้เป็นการเอาเปรียบชาวนา