วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

‘คนไทย’ ฐานะแย่ลงในรอบ 10 ปี มีเงินฝากไม่ถึง 5,000 บาท

‘คนไทย’ ฐานะแย่ลงในรอบ 10 ปี มีเงินฝากไม่ถึง 5,000 บาท

ของแพง ค่าแรงไม่ขึ้น! ทำคนไทยมีเงินออมต่ำสุดในรอบ 10 ปี! สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ชี้ ปี 66 “เงินฝากคนไทย” น้อยกว่า 50,000 บาท 81 ล้านราย เหตุค่าครองชีพ - ราคาน้ำมันสูง มองปัญหาลากยาวอีกอย่างน้อย 2 - 3 ปี สอดคล้องแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังตึงเครียดต่อเนื่อง

เศรษฐกิจไทยยังน่าเป็นห่วง และต้องจับตาดูกันต่อเนื่องหลังตัวเลข GDP ปี 2566 โตต่ำกว่าคาด แม้จะมีการประเมินตัวเลขปี 2567 เป็นบวกแต่สถานการณ์โลกยังมีปัจจัยท้าทายอื่นๆ อีกมาก โดยเฉพาะภาวะสงครามที่ยังยืดเยื้อ เหตุการณ์ฟองสบู่อสังหาฯ ในจีน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐที่หากในอนาคตมีการปรับตัวสูงขึ้นก็อาจทำให้เกิด “หนี้เสีย” ตามมาในภายหลังได้

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินฝากในบัญชีเป็นอีกส่วนที่สะท้อนถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้ โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 “สถาบันคุ้มครองเงินฝาก” หรือ “สคฝ.” รายงานสถิติเงินฝากคนไทย โดยพบว่า จำนวน “ผู้ฝาก” ที่ได้รับการคุ้มครอง (วงเงินการคุ้มครองเงินฝากอยู่ที่ 1 ล้านบาท ต่อ 1 คน ต่อ 1 สถาบันการเงิน) เติบโตกว่า 3.37% หรือคิดเป็นตัวเลข 93.46 ล้านราย ทว่าในจำนวนผู้ฝากที่เพิ่มขึ้นกลับสวนทางกับ “ตัวเลขเงินฝาก” ที่ได้รับความคุ้มครองโดยพบว่า คนไทยมีจำนวนเงินฝากลดลงจากปีก่อน (ปี 2565) 1.32% มูลค่ารวม 15.96 ล้านบาท

“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝากให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สถิติเงินฝากในเดือนสิงหาคม ปี 2566 มีอัตราการเติบโตลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี หากไล่ดูเฉพาะ 5 ปีย้อนหลังที่ผ่านมาจะพบว่า แต่ละปีมีอัตราการเติบโตเป็นบวกเพิ่มขึ้นราว 3-5% กระทั่งในปี 2566 ที่มีจำนวนเงินฝากลดลงไป 1.3% โดย “ทรงพล” ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวคือ “การไหลตัวของคนที่มีฐานะแย่ลง” 

ในภาพรวมตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2566 จำนวนผู้ที่มีเงินฝากระหว่าง 200,000 ถึง 500,000 บาท ลดลง 3.3% และผู้ที่มีเงินฝากน้อยกว่า 50,000 บาท เพิ่มขึ้น 6.37% รวมทั้งสิ้น 81 ล้านราย โดยในจำนวน 50,000 บาทนี้ ยังมีผู้ที่มีเงินในบัญชีน้อยกว่า 5,000 บาทรวมอยู่ด้วย

สำหรับปัจจัยที่ทำให้เงินฝากในบัญชีลดลงมีหลายส่วนด้วยกัน ตั้งแต่ราคาสินทรัพย์มีมูลค่าอย่าง “ทองคำ” ที่ปรับตัวสูงขึ้น มีการโยกย้ายเงินลงทุนไปในกิจกรรมอื่นๆ แทนซึ่งรวมไปถึงหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง หรือตลาดตราสารหนี้ด้วย เมื่อคนตัดสินใจดึงเงินออกไปลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ธนาคารพาณิชย์จึงมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย-ป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศ ธนาคารพาณิชย์บางรายเริ่มมีการเสนอผลิตภัณฑ์ฝากเงินสกุลดอลลาร์ด้วยข้อเสนอดอกเบี้ยเงินฝาก 5% หรือที่เรียกว่า เงินฝากประเภท “Foreign Deposit” 

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝากได้แสดงความกังวลถึงปัจจัยที่มีส่วนให้เกิดการก่อหนี้เพิ่มขึ้นอย่างฟีเจอร์ “BuyNowPayLater” ว่า ทำให้เกิดการก่อหนี้ในระยะยาวตั้งแต่หลักเดือนถึงหลักปี แม้ความสามารถในการหารายได้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่สถานการณ์ยังทรงตัวอยู่ ความเสี่ยงคนไทยในขณะนี้คือ มีเงินเก็บน้อยลง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันในอนาคตอีกจะต้องมีเงินสำรองกันกระแทกได้ ปัจจัยสำคัญในปีนี้ คือ สงครามที่ยังยืดเยื้อ และไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไรจึงแนะนำให้ออมเงินเพิ่มขึ้น หากเป็นการก่อหนี้ที่ทำให้เกิดรายได้เห็นว่าเป็นความจำเป็น แต่ถ้าเป็นการก่อหนี้ที่ “ใช้แล้วหมดไป” ควรใช้ให้น้อยลง

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์