วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66 สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท

อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66  สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานใหญ่ “งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566 พร้อมผลักดันมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ 4 วัน รวมกว่า 34 ล้านบาท

 นายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า จากการจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ในปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด “ไหมไทยล้ำค่า สายใยแห่งภูมิปัญญา พัฒนาสู่สากล” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทยคุณภาพมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม

อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66  สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66  สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท

รวมทั้งภารกิจและผลงานของกรมหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งกรมหม่อนไหม มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาไหมไทยตามความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศและในระดับสากล โดยในปีนี้ตลอดการจัดงาน 4 วัน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ จำนวน 34,326,544 บาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายผ้าไหมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน จำนวน 17,165,224 บาท รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม จำนวน 12,481,251 บาท ตลอดจน ยอดการสั่งจองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม จำนวน 4,680,069 บาท

          อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66  สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66  สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท

 

โดยภายในงานยังมีการสาธิตและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับหม่อนและไหม อาทิ การสาธิตทำอาหารจากดักแด้ไหม การซักรีดผ้าไหมด้วยตนเอง การเดินแฟชั่นโชว์จากเด็กและเยาวชน ตลอดจน การเดินแฟชั่นโชว์ของนางแบบมืออาชีพ นางแบบกิตติมศักดิ์ และทูตอัตลักษณ์ไหมไทย จาก 19 ประเทศ ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ และสวมใส่ผ้าไหมไทยมาเป็นอย่างดียิ่ง รวมทั้งยังเป็นตัวแทนในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์การสวมใส่ผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

          นอกจากนี้ นิทรรศการต่างๆ ยังได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน ทั้งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ การจัดแสดงเครื่องหมายตรานกยูงพระราชทาน นิทรรศการการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ นิทรรศการพันธุ์หม่อน พันธุ์ไหมอนุรักษ์

การนำเสนอไหมกินใบหม่อนและไหมที่กินใบพืชชนิดอื่น การนำเสนอการพัฒนาพันธุ์ไหมที่เหมาะสมในการผลิตผ้าห่มใยไหม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยดูดความชื้น ระบายเหงื่อและน้ำมันจากร่างกาย จึงทำให้รู้สึกแห้งสบายตัว และเย็นแม้ในค่ำคืนของฤดูร้อน นิทรรศการงานวิจัยผลิตภัณฑ์วัสดุทางการแพทย์จากไหมไทย นิทรรศการผ้าไหมลายดอกเอเดลไวส์ นิทรรศการไหมขัดฟัน ผลงานการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานและผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ประจำปี 2566 ผลงานของกรมหม่อนไหม

อลังการ “ตรานกยูงพระราชทาน” ปี66  สร้างรายได้เกษตรกรกว่า 34 ล้านบาท

และนิทรรศการของหน่วยงานที่บูรณาการทำงานร่วมกับกรมหม่อนไหม ในส่วนของนิทรรศการ Silk Home ที่เป็นการจำลองการใช้ชีวิตประจำวันในห้องรูปแบบคอนโดมิเนียม โดยมีผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหมเป็นหลัก ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานถ่ายภาพและโพสต์ในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก