background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’ นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?

กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’  นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?

ส่องไทม์ไลน์นโยบายรัฐบาล "เศรษฐา1" นโยบายอะไรจะเริ่มเมื่อไหร่ แจกเงินดิจิทัลเริ่มสงกรานต์ปี 67 พักหนี้เกษตรกรเริ่ม ต.ค.นี้ ขึ้นค่าแรงเริ่มหลังปีใหม่ ส่วนรถไฟฟ้า20 บาทนายกฯขอดูรายละเอียด "สุทิน" คาดเลิกเกณฑ์ทหารเม.ย.ปี 67 ถ้าคนสมัครเต็มจำนวน

เรียกได้ว่าเครื่องร้อนสำหรับการทำงานของรัฐบาล “เศรษฐา1” ภายใต้การนำของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แม้จะยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการ แต่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีบางคนได้เริ่มออกมาพูดถึงกรอบระยะเวลาสำคัญที่ได้มีการหาเสียงไว้กับประชาชนแล้วว่าจะสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่

“กรุงเทพธุรกิจ”รวบรวมคำให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายสำคัญๆจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รวมทั้งแกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบและติดตามความเคลื่อนไหวของนโยบายเหล่านี้ว่าจะเริ่มต้นได้ในช่วงใด

1.นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท (Digital Wallet) 

นโยบายนี้น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานทำงานด้านนโยบายพรรคเพื่อไทย และว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่านโยบายนี้ประชาชนได้ใช้เงินดิจิทัล ช่วงเมษายน-เทศกาลสงกรานต์ปี 2567  ให้ประชาชนเดินทางกลับบ้าน ใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’  นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?

นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต มีความมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายความเจริญไปทั่วประเทศทุกชุมชน ดังนั้นการใช้จ่ายภายในรัศมี 4 กม จึงเป็นหลักพิจารณาให้เงินนั้นกระจายไปในชุมชนที่ผู้รับเงินอยู่อาศัย ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้ตามข้อจำกัดพื้นที่ห่างไกล แต่ประเด็นน่าสนใจคือ หลายหมู่บ้าน ประชาชนคิดรวมตัว สร้างร้านหาสินค้ามาลง เพื่อให้คนได้ใช้จ่าย และสร้างรายได้กับชุมชนตนเอง

2.นโยบายลดราคาพลังงาน น้ำมัน-ค่าไฟ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เตรียมว่ารัฐบาลเพื่อไทยเตรียมเดินหน้าลดราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันและราคาค่าไฟทันที ใน การประชุม ครม. ครั้งแรก หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อลดภาระประชาชน

กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’  นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?

โดยจะลด "ราคาน้ำมัน" ทันที

น้ำมันดีเซล จะใช้กลไกการปรับลดภาษีสรรพสามิตโดยทันที และลดภาระของกองทุนน้ำมันฯเพื่อปรับโครงสร้างราคา และภาษีอย่างยั่งยืน

น้ำมันเบนซิน จะช่วยเหลือชดเชยเฉพาะกลุ่ม

ส่วน "ค่าไฟ" จะลดราคาลงทันที โดยใช้กลไกยืดการชำระหนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไปก่อน ในช่วงที่ต้นทุนไฟฟ้ายังสูงอยู่ เพื่อลดภาระที่ซ้ำเติมต้นทุนไฟฟ้า

 

3.นโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่านโยบายการพักหนี้เกษตรกรว่าได้มอบหมายให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปดูเรื่องของขั้นตอนต่าง ๆ โดยประสานงานใกล้ชิดกับกระทรวงการคลัง คาดว่าน่าจะทำได้ในช่วงเดือนต.ค.2566 เพราะเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนของพรรคเพื่อไทย โดยการพักหนี้จะมีการพักทั้งต้นและดอก หลักการคือเราต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีเวลาไปพื้นฟูตัวเอง ไปทำมาหากินโดยไม่ต้องพะวงกับเรื่องหนี้สิน จะได้มีขวัญและกำลังใจในการหารายได้

  กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’  นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?

นอกจากนั้นได้หารือกับทางสถาบันจัดอับดับหนี้ ซึ่งดูแลหนี้สินทั้งหมดของประชาชน จึงไม่ได้ดูแลแค่พี่น้องเกษตรกรอย่างเดียว แต่ยังจะดูแลครู ตำรวจและผู้ที่ประสบภัยพิบัติในช่วงโควิด-19 (หนี้บัญชี 21) ที่จะต้องดูแลเป็นพิเศษด้วย

กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’  นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?
4. นโยบาย“วีซ่าฟรี” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในเรื่องการสนับสนุนการท่องเที่ยวได้เสนอให้มีการทำ “วีซ่าฟรี” คือ “ไม่ต้องขอวีซ่า” เพราะฉะนั้นถ้าไม่ต้องขอวีซ่าในการเข้าประเทศ ก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า ซึ่งเป็นความประสงค์ที่ได้พูดคุยกันมาโดยตลอด และมั่นใจว่าทุกภาคส่วนเข้าใจว่าเรายกเว้นการขอวีซ่า ซึ่งน่าจะเป็นชั่วคราวก่อนในช่วงไฮซีซัน โดยเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในตอนต้นไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงพีคซีซั่นพอดี ก็หวังว่าจะเริ่มต้นภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

โดยได้มีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคง รวมไปถึงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ด้วย เพื่อพิจารณาทั้งหมด ทั้งการเดินทางเข้าประเทศ การอำนวยความสะดวก รวมไปถึงรถโดยสารสาธารณะที่จะเข้าไปในสถานบินด้วยอีกหลายเรื่อง ซึ่งได้มีการพูดคุยกันแล้วและเห็นชอบในหลักการ รวมทั้งได้พูดคุยกับทางว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เห็นด้วยและพร้อมผลักดันให้เกิดขึ้นได้

5.นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งในส่วนนี้เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่มีการรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และมีการกำหนดวงเงินงบประมาณไว้กว่า 4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตามจากการที่ผู้สื่อข่าวสอบถามนายกฯเศรษฐาได้รับตำตอบว่านโยบายนี้ต้องหารือพรรคร่วมรัฐบาลก่อน

“ต้องขอไปพิจารณาในรายละเอียดก่อน เพราะถึงแม้จะเคยบอกว่าเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่ปัจจุบันเราไม่ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว การที่มีพรรคร่วมรัฐบาลอีก 10 พรรค ก็ต้องไปพิจารณาในเรื่องของงบประมาณโดยรวมก่อน และจะมีการชี้แจงอีกครั้ง” 

6.ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ   โดยนโยบายนี้เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่าจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาทต่อวันในปี 2570 ส่วนเงินเดือนปริญญาตรีจะเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเดือนในปี 2570 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากลงพื้นที่พบแรงงานชาวประมงที่จ.สมุทรสาคร เมื่อสัปดาห์ก่อนนายกฯเศรษฐาบอกเรื่องค่าแรงขั้นต่ำจะเริ่มเห็นการปรับขึ้นหลังเทศกาลปีใหม่ 2567  

“การขึ้นค่าแรงเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าหากปรับขึ้นจะเป็นภาระของทุกภาคส่วน แต่มีความจำเป็น เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น ที่สำคัญคือการเน้นเพิ่มรายได้ ถ้าสามารถเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจ SME ได้ จะสามารถเพิ่มรายได้ให้ประชาชนที่มารับจ้าง ซึ่งต้องพูดคุยกัน จะทำทันที ปีใหม่ได้เห็นแน่ แต่ต้องหารือกับพรรคร่วม พร้อมต้องให้เกียรติกัน” 

7.การยกเลิกเกณฑ์ทหาร

เกี่ยวกับนโยบายนี้สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงนโยบายการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ว่าหลังได้หารือกับว่าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า มีการพูดคุยกับ 3 เหล่าทัพ ซึ่งเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เราพบว่า กองทัพดำเนินการมานานแล้วและทำมาเป็นขั้นตอน เพียงแต่หากเราอยากให้รวดเร็วและทันกับที่สังคมต้องการ รัฐบาลจะต้องเข้าไปกำกับสนับสนุน ก็ไม่หนักใจอะไร

กางไทม์ไลน์รัฐบาล ‘เศรษฐา1’  นโยบายไหนเริ่มได้เมื่อไหร่?

โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มต้นได้เลยในเดือนเมษายน 2567 หมายถึงมีการเกณฑ์ทหารนั้นเราสามารถรับสมัครได้เลย และเมื่อไปถึงเม.ย.ปีหน้าหากมีคนสมัครเต็มก็ไม่ต้องมีการเกณฑ์ทหาร