'บิ๊กคอร์ป' เชื่อมั่น 'เศรษฐา' หนุนนายกฯ ควบ รมว.คลัง

'บิ๊กคอร์ป' เชื่อมั่น 'เศรษฐา' หนุนนายกฯ ควบ รมว.คลัง

“บิ๊กคอร์ป” หวังเศรษฐา นายกฯ ใหม่ฟื้นความเชื่อมั่น กระตุ้นเศรษฐกิจ นักลงทุนหลายรายรอฟังนโยบายใหม่ "หอการค้า" หนุนนายกฯ ควบ รมว.คลัง แนะบริหารทีมเศรษฐกิจจากหลายพรรคให้ดี ส.อ.ท.มั่นใจ“เศรษฐา”เข้าใจเศรษฐกิจ แนะสร้างดรีมทีมเศรษฐกิจ

การจัดตั้งรัฐบาลมีความคืบหน้าเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และอยู่ระหว่างจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในขั้นตอนการร่างนโยบายรัฐบาล ซึ่งยึดนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นหลักมารวมกับนโบายของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อใช้เป็นนโยบายรัฐบาลสำหรับแถลงต่อรัฐสภา

ช่วงที่ผ่านมาภาคเอกชนได้แสดงความกังวลถึงความล่าช้าของการจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องนัดวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง รวมทั้งมีเรื่องร้องศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการเสนอญัตติโหวตนายกรัฐมนตรี และเมื่อการจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนขึ้นทำให้ภาคธุรกิจมีความคาดหวังมากขึ้นในการเข้ามาบริหารเศรษฐกิจประเทศ

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยเกิดสุญญากาศมาเป็นหลายเดือนแล้ว

"การที่ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะช่วยขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ได้ดีมากขึ้น และมีนักลงทุนหลายรายกำลังรอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย ส่วนงานเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระตุ้นการลงทุน" นางสาวจรีพร กล่าว

'บิ๊กคอร์ป' เชื่อมั่น 'เศรษฐา' หนุนนายกฯ ควบ รมว.คลัง

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งที่อยากฝากรัฐบาลใหม่ คือ การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนการขับเคลื่อนภาคธุรกิจ เพื่อให้ภาครัฐเป็นหน่วยงานซัพพอร์ตภาคธุรกิจ รวมทั้งต้องการให้ยกระดับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งการจะพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวจะลำบาก

สำหรับอุตสาหกรรมที่สำคัญที่ประเทศไทยยังขาด คือ ชิป เพราะประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตชิปอย่างจริงจัง โดยเป็นการผลิตในระดับแพคเกจจิ้งมากกว่า จึงต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนธุรกิจในการผลิตชิป

ชี้นายกฯ ควบ รมว.คลังได้

นายสนั่น อังอุบล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื่อว่าภายใน 2-3 วันนี้ จะเห็นความชัดเจนของ ครม.ชุดใหม่ และหากเป็นไปตามโผที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมาพบว่าหลายตำแหน่งเริ่มมีความชัดเจนขึ้น และเห็นได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาทำหน้าที่ 

"ดูแล้วหลายตำแหน่งน่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ในพรรคที่เคยบริหารกระทรวงมาก่อน ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารงานต่อได้ทันที ขณะเดียวกันคาดว่าจะมีรัฐมนตรีหน้าใหม่และคนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่เพิ่มเติม จึงมั่นใจว่าจะมีการผสมผสานแนวความคิดของคนที่มีประสบการณ์และแนวคิดใหม่ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อเดินหน้าประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมาย" นายสนั่น กล่าว

สำหรับความเป็นไปได้ที่คุณเศรษฐา จะควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปด้วยนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะหลายนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่เน้นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนเป็นวาระเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจในตัวนโยบาย สามารถประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจและสั่งการเพื่อให้เกิดรวดเร็วในการขับเคลื่อนนโยบายได้ทันที 

ทั้งนี้แม้ว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะมีภารกิจค่อนข้างมาก แต่มองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อภาพรวมการบริหาร เนื่องจากสามารถแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อมารับมอบนโยบายโดยตรงและนำไปขับเคลื่อนต่อ โดยนายกรัฐมนตรีคอยติดตามและให้คำแนะนำควบคู่ไปด้วยได้

ขณะที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจควรเป็นนายกรัฐมนตรีเองด้วยหรือไม่ นั้น มองว่านายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายรองนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยควบคุมดูแลภาพรวมนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งคงจะต้องเป็นบุคคลที่มีความไว้วางใจและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิด

'บิ๊กคอร์ป' เชื่อมั่น 'เศรษฐา' หนุนนายกฯ ควบ รมว.คลัง

ส.อ.ท.เชื่อมั่น“เศรษฐา”เข้าใจเศรษฐกิจ

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การฟอร์มทีม ครม.ถือเป็นงานหนักที่ต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมมานั่งแต่ละตำแหน่ง โดยภาคเอกชนมีความคาดหวังต่อรายชื่อหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจที่ควรเป็นผู้มีความสามารถในตำแหน่ง

"ตอนนี้ได้นายกรัฐมนตรีแล้วมาทันตามเวลาที่เอกชนมองว่าควรตั้งรัฐบาลให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ และหากมีการเลือกผู้มีความสามารถในแต่ละตำแหน่งจะเป็นที่ยอมรับของภาคเอกชน ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจจะมาจากหลายพรรคก็ไม่เป็นไร แต่นายกรัฐมนตรีต้องสร้างดรีมทีมเศรษฐกิจขึ้นมา เพราะทุกคนคาดหวังว่าทีมเศรฐกิจของรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจไทยและต่างชาติ"

สำหรับทีมเศรษฐกิจรัฐบาลที่จะต้องมาดูแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ดังนี้ 

1.การรับมือเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอส่งผลให้กำลังซื้อของประเทศคู่ค้าอ่อนแอจึงมีผลต่อการส่งออก เช่น สหรัฐ ยุโรป โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่ปัญหาหนี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว และมีแนวโน้มที่มูลค่าการส่งออกของไทยในปี 2566 จะติดลบ 2-3%

2.การรับมือเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว โดยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2566 ขยายตัวเพียง 1.8% และหลายหน่วยงานเริ่มลดประมาณการณ์เศรษฐกิจปีนี้ลง โดยรัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

3.การรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญที่จะส่งผลให้มีฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 2-3 ปี โดยขณะนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะเอลนีโญแล้วและปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยกว่าปีที่แล้ว ดังนั้นในปี 2567 อาจเกิดปัญหาแย่งน้ำระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรม บริการและอุปโภคบริโภค

4.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ 

“แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีประสบการณ์มาจากภาคธุรกิจ เชื่อว่าจะเข้าใจเศรษฐกิจและธุรกิจ รวมทั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์เป็นรัฐบาลที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี นักธุรกิจจึงมีความคาดหวังว่าจะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้”

 ชี้ดิจิทัลวอลเล็ตกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า การได้นายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากนักธุรกิจเชื่อว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ ประกอบกับพรรคเพื่อไทยมีความชำนาญด้านเศรษฐกิจ 

“หนึ่งในนโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างการแจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทจะกระตุ้นกำลังซื้อได้ 4-5 รอบ แต่รัฐบาลต้องมีมาตรการระยะกลางและระยะยาวเข้ามาเสริมเพื่อเกิดแรงผลักดันเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาทิ การส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ด้วยการผลักดันประเทศไทยเป็นฮับรถยนต์ไฟฟ้า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ”

หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ขณะที่การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทนั้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงชั่วคราวไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจให้แข็งแรง จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณานโยบายที่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว อาทิ การใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพทำให้เอกชนสามารถใช้ประโยชน์พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้ ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลได้ลงทุนไปแล้ว เชื่อมกับภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศขยายตัว

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการบริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจที่จะขับเคลื่อนประเทศหลังมีรัฐบาลผสมหลายพรรค คงต้องมีการหารือร่วมกันในการขับเคลื่อนนโยบาย หนึ่งในนั้นคือ การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ต้องรอดูว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และมีวิธีการอย่างไร 

“แต่สิ่งที่น่าจะต้องเร่งออกมาตรการ คือ การลดค่าครองชีพ เช่น ลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าช รวมถึงลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ 20 บาทตลอด การพักหนี้ให้เกษตร เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและเกษตรกร”

หวังเงินดิจิทัล ปลุกกำลังซื้อฐานราก เศรษฐกิจต่างจังหวัด

นายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังมีรัฐบาลใหม่นำโดยพรรคเพื่อไทย และมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หากดำเนินนโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท และสามารถใช้ทั่วประเทศ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของประชาชนฐานราก และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเหมือนกับโครงการคนละครึ่ง ส่งผลต่อยอดขายสินค้าเครื่องดื่มโดยเฉพาะในต่างจังหวัด

ด้านแหล่งข่าววงการสินค้าอุปโภคบริโภคกล่าวว่า แม้จะมีรัฐบาลใหม่ แต่มองว่าอาจเป็นแค่ผู้นำที่ทำหน้าที่แทนเท่านั้น เพราะเชื่อว่ามีนายกฯ ตัวจริงเป็นท่านอื่น ส่วนการดำเนินนโยบายต่างๆ หลังมีรัฐบาลใหม่ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องสำคัญ แต่จากนโยบายที่ประกาศตอนหาเสียงล้วนเป็นโครงการประชานิยมที่จะทำได้เพียงระยะสั้น

“ปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจ กำลังซื้อแย่กว่าปีก่อน เพราะยอดขายสินค้าจำเป็น อย่างบริษัทจำหน่ายของกินที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน ยอดขายยังหดตัวลงเลย”

หวังเงินดิจิทัลดึงกำลังซื้อต่างจังหวัด

นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ผู้บริหารจาก ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จากจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจค้าปลีกคาดหวังว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

"เวลานี้ตลาดต่างจังหวัดค่อนข้างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อไม่คึกคัก การมีนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นต่างๆ จะยิ่งเป็นผลดีต่อภาคค้าปลีกและมีผลต่อกำลังซื้อโดยรวม"

แนะเร่งมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี

นายธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของเพจ Torpenguin สื่อผู้ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการจัดการธุรกิจสำหรับร้านอาหาร กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เห็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากนัก จึงต้องการให้รัฐบาลใหม่ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีมากขึ้น รวมถึงสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการได้พบปะเจรจาธุรกิจเกิดการซื้อขาย 

ขณะที่ นโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทของรัฐบาลเพื่อไทย เชื่อว่าคงมีการนำมาใช้จ่ายกับร้านอาหารในรัศมี 4 กิโลเมตรมากขึ้น แต่ประเด็นคือจะทำอย่างไรต่อหลังหมดโครงการ เพราะร้านอาหารไม่ได้ต้องการแค่เงินระยะสั้น แต่ต้องการเครื่องมือหรือตัวช่วยระยะยาว ทำให้เขามีศักยภาพในการหารายได้และเติบโตด้วยตัวเอง นี่คือสิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลมากกว่า

ส่วนข้อกังวลประเด็นระยะเวลาเครดิตที่กว่ารัฐบาลจะคืนเงินให้ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหาร ต้องใช้เวลานานพอสมควร ไม่สอดรับกับเงินหมุนเวียนของร้านค้าที่ส่วนใหญ่สายป่านสั้น ต้องหมุนเงินวันต่อวัน มองว่าร้านอาหารที่จะเข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัลฯ ก็ต้องเข้าใจเงื่อนไขบางอย่างเหมือนกัน ไม่มีใครได้อะไรโดยไม่เสียอะไร เพราะฉะนั้นถ้าร้านอาหารไหนไม่พร้อม ก็อย่าเข้าร่วม แต่ถ้ามองว่ามีประโยชน์ ก็แค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขที่รัฐบาลให้มาเท่านั้นเอง