background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

‘ธนินท์’ ประกาศเพิ่มลงทุนจีน ยึด ‘ปักกิ่ง’ ลุยอุตสาหกรรมไฮเทค

‘ธนินท์’ ประกาศเพิ่มลงทุนจีน ยึด ‘ปักกิ่ง’ ลุยอุตสาหกรรมไฮเทค

‘ธนินท์’ เข้าพบ ‘หลี่เฉียง’ นายกรัฐมนตรีจีน ยืนยันรัฐบาลจีนรับฟังแก้ปัญหาให้บริษัทต่างชาติ ยึดหลักกฎหมายสากล “ซีพี” พร้อมเพิ่มลงทุนในปักกิ่ง เล็งลงทุนศูนย์นวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูงหนุนซัพพลายเชนเกษตร ค้าปลีก การเงิน พร้อมหารือ CITIC ดันธุรกิจบริการทางการเงิน

เจริญโภคภัณฑ์ (CP) ถือเป็นบริษัทต่างชาติรายแรกที่จดทะเบียนการค้าในเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง เมื่อปี 2524 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลจีนนำร่องการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยใช้ชื่อบริษัทเจิ้งต้าและมีการขยายธุรกิจต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา 

การลงทุนในระยะแรกของซีพีเริ่มต้นลงทุนตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์ รวมถึงลงทุนตั้งฟาร์มสุกรและไก่ ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่เชี่ยวชาญและเป็นธุรกิจหลักที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย

ในปี 2565 ธุรกิจในจีนของซีพีเกิดการจ้างงาน 88,798 คน ครอบคลุม 5 ส่วน ประกอบด้วย

1.โรงงานผลิต 146 แห่ง

2.ฟาร์มเลี้ยงสัตว์บกและสัตว์น้ำ 126 แห่ง

3.ศูนย์จำหน่ายสินค้าแม็คโคร 1 สาขา

4.ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ตและมินิซุปเปอร์มาร์เก็ตของโลตัสส์ 93 สาขา

5.ศูนย์วิจัยและพัฒนา 42 แห่ง

สำหรับรายได้ของธุรกิจในจีนมีสัดส่วน 39% ของรายได้รวมซีพีในปี 2565 ที่มีมูลค่า 2.9 ล้านล้านบาท รองจากธุรกิจในไทยที่มีสัดส่วน 51% ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลยังยังคงมีนโยบายการลงทุนจากบริษัทต่างประเทศ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.2566 นายธนินท์ เจียรวนนท์ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยนายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เข้าพบ นายหลี่ เฉียงนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง

การเข้าพบนายกรัฐมนตรีจีนในครั้งนี้ นายธนินท์ได้รับปากที่จะเพิ่มการลงทุนในจีน หลังจากที่รัฐบาลจีนประกาศนโยบายดึงการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญภาวะชะลอตัว

‘ธนินท์’ ประกาศเพิ่มลงทุนจีน ยึด ‘ปักกิ่ง’ ลุยอุตสาหกรรมไฮเทค

นายหลี่ เฉียง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 45 ปีในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน นักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมากได้มีส่วนสนับสนุนและสร้างคุณูปการที่สำคัญ

รวมทั้งปัจจุบันจีนกำลังมุ่งเน้นส่งเสริมการพัฒนาประเทศที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมให้มีความทันสมัยในแบบจีน และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการตลาดที่ปฏิบัติตามกฎหมายและระดับสากล โดยมีการรับฟังความต้องการและข้อเสนอแนะจากบริษัทต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาที่บริษัทต้องเผชิญอย่างแข็งขัน

“จีนยินดีต้อนรับเครือซีพี นักธุรกิจและบริษัทเชื้อสายจีนในประเทศต่างๆ จากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในจีนอย่างแข็งขัน เพื่อแบ่งปันโอกาสในการพัฒนาประเทศจีนร่วมกัน”

รวมทั้งขอบคุณนายธนินท์ที่สร้างคุณูปการอันโดดเด่นในการปฏิรูปและการเปิดประเทศของจีน ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในหลายปีที่ผ่านมา และมีบทบาทสำคัญในการเป็นนายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

‘ธนินท์’ ประกาศเพิ่มลงทุนจีน ยึด ‘ปักกิ่ง’ ลุยอุตสาหกรรมไฮเทค

จีนดึง CP เพิ่มการลงทุนในปักกิ่ง

นอกจากนี้ นายธนินท์ ได้เข้าพบนายหยิน หลี่เลขาธิการคณะกรรมการพรรคแห่งเทศบาลกรุงปักกิ่ง

นายหยิน ลี่ กล่าวว่า เครือซีพี เป็นตัวแทนขององค์กรธุรกิจที่มีความโดดเด่นมาก โดยหลังการปฏิรูปและเปิดประเทศจีน เครือซีพีเป็นบริษัทต่างชาติรายแรกที่เข้าลงทุนในประเทศจีน และถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนอย่างเข้มแข็ง

ทั้งนี้กรุงปักกิ่งในฐานะเมืองหลวง มีตลาดใหญ่และทรัพยากรที่หลากหลายและเข้มข้นรวมถึงมีข้อได้เปรียบทางด้านนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจหลายประการ เช่น การพัฒนาเขตสาธิตการขยายเปิดธุรกิจภาคบริการแห่งชาติ และเขตนำร่องการค้าเสรีกรุงปักกิ่ง

รวมทั้งหวังว่าเครือซีพีจะมีการบูรณาการทรัพยากร และเพิ่มการลงทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะทางด้านการสร้างสถาบันวิจัยและพัฒนาในด้านการปรับปรุงการเกษตรให้ทันสมัยของกรุงปักกิ่ง การขยายการลงทุนโดยมีระบบการตลาดและสถาบันการเงินที่แข็งแกร่งของปักกิ่ง

ตลอดจนการสร้างความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศที่มีมิตรภาพอันลึกซึ้งของจีนและไทยในฐานะครอบครัวเดียวกันให้แน่นแฟ้นขึ้น

ทั้งนี้กรุงปักกิ่งจะสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้มีความสากลมากขึ้น ไม่ว่าจะด้านการตลาด แนวปฏิบัติทางกฎหมาย และการบริการให้สามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประเทศและพร้อมที่จะสนับสนุนการลงทุนของเครือซีพีในกรุงปักกิ่งต่อไป

CP พร้อมขยายลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทค

นายธนินท์ กล่าวว่า การเข้าพบนายกรัฐมนตรีจีน ได้ระบุถึงการที่เครือซีพีเชื่อมั่นในการพัฒนาของจีน และเห็นความมุ่งมั่นในการพัฒนาของจีน เครือซีพีพร้อมที่จะขยายการลงทุนในจีนต่อไปอย่างต่อเนื่อง

"ยินดีที่จะให้ความร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อทั้งจีนและไทย รวมถึงการสร้างความร่วมมือในการช่วยปฏิรูปและสร้างนวัตกรรมของจีน"

นายธนินท์ กล่าว่า ความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของปักกิ่ง รวมถึงมีความเชื่อมั่นในอนาคตของปักกิ่งที่จะพัฒนาเติบโตต่อไป ซึ่งเครือซีพีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเพิ่มการลงทุนในกรุงปักกิ่งประกอบด้วย 

1.การสร้างศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ

2.การพัฒนาอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตรแบบครบวงจร 

3.การขับเคลื่อนด้านโลจิสติกส์

4.ธุรกิจค้าปลีก

5.ธุรกิจการเงิน 

รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นที่มีส่วนให้ประเทศจีนบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาและเติบโต พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมการจ้างงานและการเติบโตของรายได้ในประเทศ และส่งเสริมองค์กรวิสาหกิจที่มีคุณภาพสูงให้สามารถแข่งขันและสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติมากขึ้น

‘ธนินท์’ ประกาศเพิ่มลงทุนจีน ยึด ‘ปักกิ่ง’ ลุยอุตสาหกรรมไฮเทค

ดัน CITIC Group ลุยธุรกิจการเงินหนุนภาคเกษตร

นายธนินท์ ได้หารือกับนาย Zhu Hexin ประธาน CITIC Group ณ CITIC Tower เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2566 ซึ่งที่ผ่านมาเครือซีพีและอิโตชู ได้เข้าซื้อหุ้น CITIC Limited มูลค่ารวม 80,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 343,000 ล้านบาท เป็นการร่วมลงทุนฝ่ายละ 171,500 ล้านบาท

สำหรับ CITIC Limited เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของจีนครอบคลุมบริการทางการเงิน ทรัพยากรและพลังงาน การผลิต  อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

นายธนินท์ กล่าวว่า เครือซีพีจะปรับปรุงรูปแบบการลงทุนในตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งประเทศชาติและองค์กรทั้งสองฝ่าย โดยจะร่วมมือในด้านการบริการทางการเงินสำหรับเศรษฐกิจและส่งเสริมการพัฒนาการเกษตร รวมไปถึงการร่วมลงทุนตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”

นาย Zhu Hexin กล่าวว่า CITIC Group มีการดำเนินงานตามกลยุทธ์การพัฒนา “ห้าห้าสาม” ของ CITIC Group โดย CP เป็นผู้ถือหุ้นสำคัญของ CITIC และทั้ง 2 ฝ่ายยังคงให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด 

“CITIC Group ยินดีสานต่อการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับเครือซีพีอย่างลึกซึ้งต่อไป เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ทั้งสองฝ่ายให้ก้าวไปสู่ระดับใหม่ที่ดียิ่งขึ้น”