วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ผวาราคาดีเซลตลาดโลกพุ่ง ‘พลังงาน’ หวั่นอุ้มลิตรละ 32 บาทไม่ไหว

ผวาราคาดีเซลตลาดโลกพุ่ง ‘พลังงาน’ หวั่นอุ้มลิตรละ 32 บาทไม่ไหว

สัปดาห์เดียวหลัง “คลัง” ไม่ต่อลดภาษีดีเซล ควักเงินอุดหนุน 696 ล้าน จากเคยเก็บเดือนละหมื่นล้าน หวัง ส.ค.นี้ ได้รัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนนโยบาย ย้ำ ราคาน้ำมันยังผันผวน ล่าสุดดีเซลตลาดโลกทะลุ 115 ดอลลารต่อบาร์เรล ห่วงต้องควัก 4-5 บาท กังวลอาจอุ้ม 32 บาท ได้ไม่เกิน 1-2 เดือน

สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประชุมของโอเปกพลัส วันที่ 4 ส.ค.2566 ว่าจะออกนโยบายเพิ่มเติมหรือไม่ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าซาอุดิอาระเบียจะขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตในเดือน ก.ย.2566 เพิ่มอีก 1 เดือน

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า "ราคาดีเซล"ในตลาดโลกปรับขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบภายหลังโรงกลั่นบางแห่งในเอเชียและยุโรปหยุดการดำเนินการชั่วคราว ขณะที่ตลาดคาดการส่งออกดีเซลของจีนในเดือน ส.ค.นี้ อยู่ที่ระดับ 0.6 ล้านตัน ต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 1 ล้านตัน ท่ามกลางความกังวลต่อการออกโควต้าการส่งออกรอบใหม่

ส่วน ราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นมาอยู่ที่บาร์เรลละ 118 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.77% ในขณะที่กระทรวงพลังงานประเมินว่ากรณีราคาดีเซลในตลาดโลกเกินบาร์เรลละ 115 ดอลลาร์ จะมีผลต่อการตรึงราคาขายปลีกในประเทศลิตรละ 32 บาท 

แหล่งข่าวจาก กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาดีเซลที่ราคาสูงเกินบาร์เรลละ 115 ดอลลาร์ ซึ่งการยกเลิกมาตรการลดภาษีดีเซลลิตรละ 5 บาท ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.2566 ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาดีเซลพยุงราคาไว้ที่ลิตรละ 32 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้ดีเซลในสัดส่วน 70% ของการใช้น้ำมันชนิดอื่นในไทย

“เมื่อคำนวณอัตราการอุดหนุนใน 1 สัปดาห์ พบว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินอุดหนุน 696 ล้านบาท หรือประมาณวันละ 100 ล้านบาท และเดือนละ 3,000 ล้านบาท จากเดิมเคยเก็บเงินเข้ากองทุนเฉลี่ยเดือนละ 10,000 ล้านบาท ดังนั้น หากราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะใช้เงินอุดหนุนระดับ 3 บาทต่อลิตร แต่มีบางช่วงน้ำมันดีเซลตลาดโลกขึ้นไปกว่า 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรง ทำให้ต้องใช้เงินอุดหนุนไปถึงระดับลิตรละ 4-5 บาท”

คาดอุ้ม32บาทได้ไม่เกิน2เดือน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หากราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกยังคงผันผวนและมีราคาสูงกว่าบาร์เรลละ 115 ดอลลาร์ อาจจะพยุงราคาดีเซลไว้ที่ลิตรละ 32 บาท ได้ไม่เกิน 2 เดือน รวมถึงอาจต้องเร่งการกู้เงินเพิ่มเติมในก้อนที่เหลือเพื่อจ่ายหนี้ให้กับคู่ค้าน้ำมันมาตรา 7 และเสริมสภาพคล่อง

“ตอนนี้หลายอย่างน่าเป็นห่วงเพราะราคาน้ำมันตลาดโลกยังผันผวน สิ่งที่ทำได้ คือ ต้องดูฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าจะตรึงราคาได้นานแค่ไหน และการจะกู้เงินอีก 55,000 ล้านบาท ที่เหลือจากการบรรจุเป็นหนี้สาธารณะแล้วรวม 1.1 แสนล้าน ต่ออีกหรือไม่ เพราะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชะลอการกู้เงินไว้ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะผันผวนปรับขึ้นอีกครั้ง”

นอกจากนี้ หวังว่าจะรัฐบาลใหม่จะได้ในเดือน ส.ค.-ก.ย.2566 เพราะหากได้รัฐบาลเร็วจะมีการกำหนดนโยบายการบริหารเชื้อเพลิงที่จะช่วยให้การบริหารง่ายขึ้น เช่น นโยบายด้านภาษี นโยบายการอุดหนุนราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีกลไกในการบริหารราคาพลังงาน การกลั่นกรองกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดำเนินการได้ตาม พ.ร.บ. สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้น ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ยังคงมีการหารือเพื่อดูแลราคาพลังงาน

แหล่งข่าว กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานใช้กลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคาดีเซลและก๊าซหุงต้ม (LPG) ในช่วงที่ราคาพลังงานสูงมาก และที่สำคัญหากต้องพยุงราคาต่อไปเรื่อย ๆ ประชาชนจะต้องเข้าใจว่าหากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงแต่กระทรวงพลังงานก็ไม่สามารถปรับลดราคาได้มากตามกลไกตลาด เพราะจะต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพราะทำให้บัญชีที่ติดลบมาก ๆ ทะยอยติดลบน้อยลง

กองทุนเตรียมแผนกู้เงินเพิ่ม

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้จัดทำสมมติฐานเพื่อเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ทั้งรูปแบบการลดภาษีดีเซลและไม่ลดภาษีดีเซล แบ่งเป็น หากราคาดีเซลตลาดโลกอยู่ที่ราคาระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33-35 บาทต่อดอลลาร์ ประกอบด้วย

1.กรณีไม่ลดภาษีดีเซล 5 บาทต่อลิตรจะยังรักษาระดับราคาดีเซล 32 บาทต่อลิตร ได้ในระยะเวลา 2-3 เดือน ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันผันผวนจึงอาจตรึงราคาดีเซลลิตรละ 32 บาท ได้ระดับไม่เกิน 1-2 เดือน 

2.กรณีรัฐบาลต้องการให้ลดราคาดีเซลต่ำกว่า 32 บาทต่อลิตร รัฐบาลจะต้องใช้นโยบายภาษีเข้ามาร่วมดูแลด้วย เช่น หากต้องการเห็นดีเซล 30 บาทต่อลิตร ก็จะต้องลดภาษีต่ออีก 2 บาทต่อลิตร เพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินเก็บเข้าบัญชีเพื่อเสริมสภาพคล่อง

3.กรณีที่ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งเกินกว่ากรอบที่คาดการณ์ไว้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอาจพิจารณาการกู้เงินเพิ่มอีก 55,000 ล้านบาท มาเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากที่กู้มาแล้ว 55,000 ล้านบาท ตามกรอบได้รับอนุมัติจาก ครม.เพื่อกู้ในวงเงิน 150,000 ล้านบาท ที่ได้บรรจุเป็นหนี้สาธารณะของประเทศไปแล้ว 110,000 ล้านบาท ซึ่งยังเหลือวงเงินที่จะต้องขอบรรจุเป็นหนี้สาธารณะเพิ่มอีก 40,000 ล้านบาท ภายในต้นเดือน ต.ค.2566

ส.อ.ท.ห่วงต้นทุนพลังงาน

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศไทยที่ยังคงติดลบ ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตได้รับผลกระทบ ดังนั้นภาครัฐจึงจำเป็นที่จะเข้ามาดูแลต้นทุนด้านพลังงาน โดยเฉพาะราคาดีเซลและค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อประคับประคองภาคธุรกิจ รวมถึงประชาชนผู้บริโภค

นอกจากนี้ แม้ว่ากลุ่มโอเปกพลัสจะลดกำลังการผลิตลงอีก แต่เนื่องด้วยเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวที่คิดว่าจะยังคงเป็นแบบนี้อีกนาน โอกาสที่ราคาน้ำมันจะกระชากมีน้อยมาก เพราะน้ำมันดีเซลถือเป็นเครื่องมือหลักในด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น จากการที่ภาครัฐใช้กลไกลการพยุงราคาน้ำมันดีเซลผ่าน 2 กลไก คือ กองทุนน้ำมันฯ และภาษีสรรพสามิตมาช่วยทำให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่พุ่งสูงมากขึ้น

ทั้งนี้ ราคาดีเซลปัจจุบันอยู่ระดับ 32 บาทต่อลิตร ซึ่งกระทรวงการคลังไม่ต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลิตรละ 5 บาทให้โดยสิ้นสุดวันที่ 20 ก.ค.2566 ที่ผ่านมา โดยให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และอาจขึ้นราคาเบนซินบ้าง เพราะกองทุนน้ำมันฯ ยังเป็นหนี้อยู่ และเพื่อดูแลไม่ให้ราคาดีเซลปรับเพิ่มขึ้นแบบพรวดพราดทันทีเพราะจะยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี

“กระทรวงพลังงานเท่าที่ทราบก็พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ มาดูแลลดผลกระทบก็เห็นด้วยเพราะหากปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้น ก็จะทำให้ต้นทุนผู้ผลิตพุ่งสูงขึ้นทันที และจะส่งผลต่อราคาสินค้าได้”นายอิศเรศ กล่าว